สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่านายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ในรายการของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ถึงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในเวเนซุเอลา ที่เป็นการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา มาดำเนินคดีในอเมริกา ฐานค้ายาเสพติดและก่อการร้าย ว่าปฏิบัติการนี้ “ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง” กับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในอิรัก
เฮกเซธอธิบายว่า สหรัฐสูญเสียเลือดเนื้อไปมหาศาล ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่กลับไม่เคยได้รับ “ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจใด ๆ” ดังนั้น สหรัฐ “จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ใหม่” จากภารกิจที่เวเนซุเอลา ด้วยการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ สหรัฐสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าจะเข้าถึง “ความมั่งคั่งและทรัพยากรเพิ่มเติม” ซึ่งจะช่วยให้ประเทศหนึ่งสามารถปลดปล่อยศักยภาพนั้นออกมาได้ โดยไม่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อของชาวอเมริกัน
เฮกเซธยกย่องปฏิบัติการครั้งนี้ว่า “กล้าหาญและบ้าบิ่น” อย่างไรก็ตาม “ทุกขั้นตอนผ่านการวางแผนและทบทวนมาเป็นอย่างดี” ความร่วมมือ การเตรียมการ และการประสานงานระหว่างทุกฝ่ายที่เด็ดขาด ทำให้พลวัตทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และเชื่อมั่นว่า ชาวอเมริกันจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ เช่นเดียวกับชาวเวเนซุเอลา ผ่านแนวคิด “สันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง”
เมื่อถูกถามว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในเวเนซุเอลา ส่งสัญญาณอะไรถึงศัตรูหรือคู่ปรับของสหรัฐบ้างหรือไม่ เฮกเซธกล่าวว่า ทรัมป์คือ “ประธานาธิบดีที่เน้นการลงปฏิบัติ” และ “การได้มาซึ่งสันติภาพในโลกที่อันตรายเช่นนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความแข็งแกร่ง” ดังนั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือการประกาศว่า “ผุ้นำที่แท้จริงของสหรัฐกลับมาแล้ว” .
เครดิตภาพ : REUTERS



