สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่ากระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนออกแถลงการณ์มีเนื้อหาเพียงว่า ด้วยความสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะได้ส่งคณะทำงานเฉพาะกิจไปที่ประเทศดังกล่าว และประสบความสำเร็จในการควบคุมตัวนายเฉิน จื้อ จากกรุงพนมเปญ กลับมายังจีน เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยกัมพูชายืนยัน การจับกุมพลเมืองจีน 3 คน ได้แก่ นายเฉิน จื้อ นายสวี จีเหลียง และนายเส้า จีฮุย เมื่อวันที่ 6 ม.ค. และมีการส่งตัวทั้งสามคนกลับไปยังจีนแล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


ขณะเดียวกัน รัฐบาลกัมพูชายกย่องปฏิบัติการดังกล่าว เป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับจีนในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยดำเนินการร่วมกับจีนนานหลายเดือนแล้ว และนำไปสู่การถอดสัญชาติของนายเฉิน จื้อ เมื่อเดือน ธ.ค. 2568


อนึ่ง กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยคำฟ้องต่อปรินซ์ กรุ๊ป เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ว่าเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติก่อตั้งโดยนายเฉิน จื้อ แต่ถูกใช้เป็นฉากหน้าให้กับ “หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย” โดยแฝงตัวอยู่ในคราบการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และสินค้าอุปโภคบริโภคในมากกว่า 30 ประเทศ


อัยการสหรัฐกล่าวหานายเฉิน จื้อ มักใช้อิทธิพลทางการเมืองและติดสินบนเจ้าหน้าที่ในหลายประเทศ เพื่อคุ้มครองธุรกิจมืดของตน โดยนายเฉิน จื้อ เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของพล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของกัมพูชา และสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี


หากถูกดำเนินคดีในสหรัฐ นายเฉิน จื้อ อาจเผชิญกับบทลงโทษจำคุกสูงสุด 40 ปี ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์จำนวน 127,271 เหรียญ ซึ่งสหรัฐยึดไว้ได้ โดยมีมูลค่าปัจจุบันสูงกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 346,686.98 ล้านบาท)


อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์มองไปในทางเดียวกันว่า แหล่งสแกมเมอร์ส่วนใหญ่ในกัมพูชาดำเนินงานได้เพราะได้รับการ “สนับสนุนอย่างเข้มแข็ง” จากรัฐบาล การจับกุมนายเฉิน จื้อ และเนรเทศอย่างรวดเร็ว น่าจะเป็นเพราะกัมพูชาเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากนานาชาติ โดยเฉพาะจีน ฐานให้ที่พักพิงแก่อาชญากร

ดังนั้น หากต้องการให้การเปลี่ยนแปลงเรื่องศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชาเกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง ต้องมีการกดดันกลุ่ม “คณาธิปไตยที่พัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์” อย่างต่อเนื่องเท่านั้น.

เครดิตภาพ : Prince Group