“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นำผลประกวดราคา(ประมูล) โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ขสมก. จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงินงบประมาณ 15,355.6 ล้านบาท ที่บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด ชนะการเสนอราคาต่ำสุด 14,905 ล้านบาท จากราคากลาง 15,326.7 ล้านบาท เสนอกระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบ

คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะนำเสนอครม.ได้ภายในเดือนม.ค. 2569 เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568-2575 แล้ว ลักษณะเดียวกับโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์M9 ถนนวงแหวนตะวันตกช่วงบางปะอิน-บางบัวทองให้ครม.อนุมัติก่อสร้างงานโยธา 15,862ล้านบาทเมื่อวันที่6ม.ค.2569 โดยเป็นโครงการที่ได้รับบรรจุในงบประมาณไว้ก่อรที่จะยุบสภา หากผ่านครม. รับทราบผลประมูลแล้ว ขสมก.จะเชิญบริษัทมาลงนามสัญญาทันที และให้นำเสนอรายละเอียดแผนงานภายใน 30 วัน

เบื้องต้นรถลอตแรก 500 คันจะส่งมอบภายใน 300 วันหรือภายใน 10 เดือนหลังลงนามสัญญา หรือ ประมาณเดือนมี.ค. 2570 และส่งมอบครบทั้งหมดภายใน 360 วัน หรือภายในประมาณเดือน พ.ค. 2570 นำมาให้บริการประชาชนทดแทนรถเมล์ร้อนครีมแดงที่จะปลดระวาง เพื่อลดมลพิษ ตามนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล

ล่าสุดกระทรวงคมนาคม ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอใช้พื้นที่เป็นอู่จอดรถโดยสารEV แล้ว 5 อู่ รองรับ ได้ 574 คัน ประกอบด้วย
-สถานีเคหะ สถานีคลองบางไผ่(รถไฟฟ้าMRT)
-ย่านปู่เจ้าสมิงพราย
-การท่าเรือคลองเตย
-สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า
-ไทรน้อย (เอกชน)
-เชียงราก (การทางพิเศษแห่งประเทศไทย)
ส่วนที่เหลืออีกประมาณเกือบ 1 พันจะใช้อู่เดิมของขสมก. โดยให้จัดทำแผนแล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย.2569 เพื่อจัดทำอู้จอดให้พร้อมรองรับการรับมอบรถจากผู้ให้เช่า
สำหรับกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ระบุว่า หากได้กลับมาดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคมอีกครั้งจะเก็บค่าโดยสารรถเมล์EVขสมก.ประมาณ 15 บาทตลอดสายนั้น ความคุ้มทุนในการจัดเก็บค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 15-20-25 บาท เท่ารถปรับอากาศในปัจจุบัน หากเก็บต่ำกว่าต้นทุน

ขสมก.อยากให้รัฐบาลอุดหนุนค่าโดยสารส่วนต่าง หรือจัดงบประมาณชดเชยให้ ขสมก.จะได้ไม่ประสบปัญหาขาดทุนสะสมอีก เนื่องจากตั้งเป้าหมายว่ารถเมล์EVจะช่วยลดต้นทุนน้ำมัน40%และพลิกทำกำไรในอนาคต



