ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันอัคคีภัย โดยมี นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี วิทยาลัยการอาชีพ และผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เข้าร่วมหารือเพื่อวางมาตรการเชิงรุกอย่างเร่งด่วน
ร้อยตำรวจโท ภพชนก เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุเพลิงไหม้กุฏิไม้เก่าภายในวัดมหาธาตุวรวิหาร เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ซ้ำซ้อนในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน จังหวัดเพชรบุรี จึงไม่อาจนิ่งนอนใจได้ โดยได้สั่งการให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านช่างและไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มวิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่ที่มีการเรียนการสอนแผนกช่างไฟฟ้ากำลัง ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีในการเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกตรวจเช็กสภาพสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าในวัดและโรงเรียน แบบทำทันที

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังกล่าวเน้นย้ำว่า “เราต้องเปลี่ยนจากฝ่ายรับเป็นฝ่ายรุก โดยใช้ศักยภาพของน้องๆ นักศึกษาอาชีวะที่มีทักษะช่าง และผู้เชี่ยวชาญจากการไฟฟ้า เข้าไปสำรวจระบบไฟฟ้าในพื้นที่เปราะบาง โดยเฉพาะวัดเก่าแก่ที่มีโครงสร้างเป็นไม้และสถานศึกษาทั่วจังหวัด เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพก่อนที่จะเกิดความสูญเสียขึ้นอีก”

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่เริ่มดำเนินการทันที ประกอบด้วย การสำรวจเชิงลึก โดยวิทยาลัยการอาชีพและอาชีวศึกษาจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่วัดและโรงเรียน เพื่อประเมินสภาพแผงควบคุมและสายไฟ หากพบจุดเสี่ยงหรือสายไฟหมดอายุ จะดำเนินการปรับปรุงตามมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยได้มีการกำชับอำเภอและท้องถิ่นให้ความรู้แก่พระภิกษุสงฆ์ ครู และบุคลากร ในการสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นของไฟฟ้าลัดวงจร
ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบุรีตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมและคุ้มครองชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำว่า “การป้องกันคือหนทางที่ดีที่สุด” ก่อนที่อุบัติภัยจะเกิดขึ้น



