สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า การขาดดุลการค้าโดยรวมลดลง 39% เหลือ 29,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 924,497 ล้านบาท) เมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากการนำเข้าลดลง 3.2% ต่ำกว่าอัตรา 58,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) ในการคาดการณ์จากการสำรวจของดาวโจนส์ และเดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล เป็นอย่างมาก
ในเดือนเดียวกันนั้น การส่งออกของสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 245,313 ล้านบาท) เป็น 302,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.4 ล้านล้านบาท) ส่วนการนำเข้าลดลง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 346,021 ล้านบาท) เหลือ 331,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10.4 ล้านล้านบาท)
"BREAKING NEWS: Numbers released today show that the United States of America has the lowest Trade Deficit since 2009, and going even lower… These incredible numbers, and the unprecedented SUCCESS of our Country, are a direct result of TARIFFS" – President Donald J. Trump ???????? pic.twitter.com/k3e0FbKfLC
— The White House (@WhiteHouse) January 9, 2026
สาเหตุหลักมาจากปริมาณการนำเข้าสินค้าที่ลดลง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 440,405 ล้านบาท) นำโดยผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ซึ่งลดลงอย่างมาก รวมถึงวัสดุและอุปกรณ์อุตสาหกรรม เช่น ทองคำที่ไม่ใช่เงินตรา
ด้านสินค้าอื่น ๆ ที่มีการนำเข้าลดลงเล็กน้อย ได้แก่ ชิ้นส่วนรถยนต์ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และผลไม้และผัก
ในทางกลับกัน การนำเข้าสินค้าทุนไฮเทคยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการยกเว้นภาษีสำหรับอุตสาหกรรมนี้ และการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ).
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



