สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า แถลงการณ์ที่ขัดแย้งดังกล่าว เน้นให้เห็นถึงความแตกแยกภายในเอสทีซี ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งยึดครองพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้และตะวันออกของเยเมน เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ในการรุกคืบที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างยูเออีกับซาอุดีอาระเบีย

แม้กลุ่มนักรบที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ยึดคืนพื้นที่ส่วนใหญ่ได้แล้ว และคณะผู้แทนของเอสทีซี เดินทางไปยังกรุงริยาดเพื่อเจรจา แต่นายไอดารูส อัล-ซูไบดี ประธานเอสทีซี กลับไม่เข้าร่วมการประชุมตามที่วางแผนไว้ และหลบหนีไปยังเยเมน เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฝ่ายซาอุดีอาระเบียกล่าวหาว่า ยูเออีให้ความช่วยเหลือซูไบดีในการหลบหนี

TRT World Now

ในการประกาศที่ออกอากาศทางสื่อของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 9 ม.ค. สมาชิกเอสทีซีคนหนึ่งกล่าวว่า กลุ่มตัดสินใจสลายตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ล่าสุดของเอสทีซีระบุว่า กลุ่มจัดการประชุมพิเศษ และประกาศให้แถลงการณ์ของสมาชิกคนนั้น “เป็นโมฆะ” เนื่องจากอยู่ภายใต้การบีบบังคับและแรงกดดัน

“สมาชิกเอสทีซีในกรุงริยาด ถูกควบคุมตัว และถูกบังคับให้ออกแถลงการณ์ข้างต้น” เอสทีซี ระบุเสริม

นอกจากนี้ เอสทีซียังเน้นย้ำการเรียกร้องให้มีการประท้วงครั้งใหญ่ในเมืองต่าง ๆ ทางตอนใต้ของเยเมน พร้อมกับเตือนถึงความพยายามใด ๆ ที่พุ่งเป้าไปยัง “กิจกรรมที่สันติ” ของกลุ่ม.

เครดิตภาพ : REUTERS