เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเดินทางเที่ยวที่ถ้ำพระยานคร เพื่อชมแสงแรกแห่งปีที่ปรากฎการณ์แสงอาทิตย์สาดส่องลอดปล่องถ้ำลงมาคลุม “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ที่ตั้งยู่บนเนินดินในช่วงเวลาประมาณ 10.30-11.30 น. อย่างงดงามตระการตาเหมือนหลุดออกมาจากวรรณคดี โดยนักท่องเที่ยวต่างเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกซึ่งไม่เพียงแต่มาชมความงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่บางรายยังมาเพื่อสักการะขอพรอีกด้วย โดยถ้ำพระยานครเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่าหากมาขอพรจะได้พบกับความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์เคยเสด็จมา โชคลาภและความมั่งคั่ง เปรียบเสมือนการได้รับแสงสว่างนำทางชีวิตส่องประกายซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นให้ชมได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเดือนมกราคม ของทุกปีเท่านั้น โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ถ้ำพระยานคร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ จุดเด่นของถ้ำพระยานครที่ทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว คือพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ที่ตั้งอยู่ภายในถ้ำเป็นพลับพลาแบบจตุรมุข ยิ่งมีความงดงามยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านจากปล่องของถ้ำลงมากระทบกับพระที่นั่งแห่งนี้ เป็นภาพที่เห็นแล้วดั่งต้องมนต์สะกด ในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า “บ่อพระยานคร”
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2433 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” พลับพลาแบบจตุรมุขที่งดงามตระการตา โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ มายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง ที่กำแพงหินด้านขวามีพระปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 เป็นตัวหนังสือใหญ่สีขาวสะดุดตา พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นอกจากเป็นจุดเด่นของถ้ำพระยานครแล้ว ยังเป็นตราประจำจังหวัดประจวบฯ ในปัจจุบัน



