เรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถ้ายังไม่มีอะไร คิดว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย คงไม่พูดขึ้นมาเมื่ออาทิตย์ก่อน เปิดไฟเขียวว่า จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นลำดับถัดไปหลังจากการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งมหาดไทยจะต้องชงเรื่องเข้ามายัง ครม.ในช่วงหลังเลือกตั้ง อบต. ราว 1 เดือน

ไอ้คำว่า “ชงเรื่องมายัง ครม.” นี่ก็ต้องประเมินกันว่ามหาดไทยจะชงเรื่องมาภายในปีนี้ (เลือกตั้ง อบต.ปลายเดือน พ.ย.) หรือยกไปปีหน้า แต่คาดว่าถ้าไม่มีอะไรติดขัด น่าจะมีการพูดคุยหารือกับ กกต. ถึงกรอบเวลาเร็ว ๆ นี้ ตามที่ กกต.เคยพูดไว้ว่า จะต้องขอเวลาราว 3 เดือนหลังเลือกตั้งอย่างหนึ่งถึงจะจัดเลือกตั้งอีกอย่างได้ เพื่อไม่ให้งานซับซ้อน
อนุมานเอาว่า ถ้าเอากรอบเวลา “จัดการเลือกตั้ง อบต.แล้วเสร็จ” คือ กกต.รับรองว่าที่ อบต. ตามกรอบเวลาให้ทำใน 60 วันหลังเลือกตั้ง (ต้องให้เสร็จเดือน ม.ค.) ดังนั้น นับเนื่องต่อไป 3 เดือน ก็น่าจะกาบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ได้ประมาณเดือน เม.ย. ปีหน้า หรือไม่ก็ถ้าหารือกันแล้ว กกต.บอกไหวก็น่าจะร่นขึ้นมาเร็วกว่านั้น
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นสนามใหญ่ที่เหมือนเป็นการวัดคะแนนนิยมของการเมืองระดับชาติ วัดกระแสคนเมืองว่าจะเอาผู้นำลักษณะไหน ใน กทม. ก็มี ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญแก้ไขใหม่น่าจะเกิน 35 คน ต้องทำงานประสานกับผู้ว่าฯ ได้ ปัญหาใน กทม.ก็มีมาก ใครมาเป็นพ่อเมืองก็สะท้อนวิธีการทำงาน การแก้ปัญหาของพรรคไปด้วย
ที่น่าสนใจคือ ทางพวกองค์กรฝ่ายเศรษฐกิจก็เร่งให้มีการเลือกผู้ว่าฯ กทม.กันตั้งแต่ต้นปีหน้า เพราะเมื่อมีการลงสมัครแข่งขัน ก็มีการลงพื้นที่ การจ้างทีมงาน ก็เกิดเงินสะพัดจำนวนมหาศาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และภาคเศรษฐกิจก็อยากเห็นนโยบายของผู้ว่าฯ ที่จะเอื้อต่อการไหลเวียนของเม็ดเงินในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเอื้อท่องเที่ยว
ตัวเต็งขณะนี้ เห็นทีจะเป็นการฟาดฟันกันระหว่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ที่สตาร์ตประกาศตัวจะลงตั้งแต่ไก่โห่ ก็หาเสียงได้เต็มที่ และน่าจะได้ฐานเสียงจากกลุ่มสนับสนุนพรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย อีกคนหนึ่งคือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันที่อยู่มาร่วม 5 ปีกว่า ตอนนี้ยังแทงกั๊ก
แต่หลายคนก็ยังเชื่อ “บิ๊กวิน” เอาแน่ เขาชี้ข้อสังเกตจากการที่โครงการพัฒนาอะไรต่าง ๆ ผุดขึ้นมาเยอะในช่วงนี้ ทั้งโครงการสวนสาธารณะช่องนนทรี โครงการปรับปรุงสวนลุมพินี โครงการปรับปรุงทางเท้าใน กทม.โดยเฉพาะจุดที่โฆษณาออกไปมากแล้วว่าจะทำให้สวยคือบริเวณถนนพระราม 1 และถนนสีลม การประชาสัมพันธ์มีผลต่อคะแนน

บางคนก็นินทากันพอท้วม ๆ ว่า “อยู่ตั้งนานไม่ทำ” แต่เอาจริง บางโครงการก็ประกาศไว้นานแล้ว อีกทั้งในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ภาวะการระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้กรุงเทพฯ แทบจะเป็นอัมพาตไปทั้งเมือง ช่วงที่การแพร่ระบาดรุนแรงนั้นเรียกว่าเตียงโรงพยาบาลยังไม่พอ ทาง กทม.คงไม่ได้มุ่งเรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์เท่าไรนัก
แต่ขณะนี้ ปัญหาของพ่อเมืองที่เริ่มโดน “ตั้งข้อสังเกต” จากเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับการปรับปรุงภูมิทัศน์นั่นแหละ พวกนักตรวจสอบอะไรต่าง ๆ กำลังจ้องกันถึงการใช้เงินว่า คุ้มค่าหรือแค่ผักชี โครงการที่กระฉ่อนสุดคือสวนสาธารณะ คลองช่องนนทรี งบ 980 ล้านบาท ที่พรรคก้าวไกลลงมาเล่นด้วย ถามหาความคุ้มค่า และศักยภาพในการระบายน้ำ
และอีกโครงการที่กำลังเป็นที่จับตา เริ่มโดยเพจองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเล็ง ๆ อยู่ คือการ ปรับปรุงสวนลุมพินี ในโอกาสครบรอบ 100 ปี ที่ทางเพจว่าผู้เสนอแบบราคาต่ำสุดไม่ชนะ และเงินที่ใช้ในโครงการเพิ่มขึ้นไปถึง 10 เท่า ซึ่งเรื่องนี้น่าจะกลายเป็นเรื่องที่ผู้สมัครหยิบมาขยี้ผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน และยิ่งส่งผลถ้า “บิ๊กวิน” จะลงสมัครอีกรอบ
แรงกระแทกไปที่ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันก่อน ให้เชื่อว่าถ้าเปลี่ยนคนจะดีขึ้น เปิดสนามมาท่าทางจะมีสีสันไม่น้อย.



