สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่า รายงานการเตรียมการดังกล่าว มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ข่มขู่ว่าจะใช้กฎหมายปราบปรามการจลาจล ซึ่งอนุญาตการใช้กำลังทหารเพื่อปราบปราม “การก่อกบฏด้วยอาวุธ” หรือ “ความรุนแรงภายในประเทศ” แม้ในวันต่อมา เขากล่าวว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนใด ๆ ก็ตาม

แผนการส่งกำลังทหาร ได้รับการรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าวเอบีซี ซึ่งอ้างถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ 2 คน ที่กล่าวว่า ทหารพลร่มของกองทัพบกสหรัฐ 1,500 นาย ที่ประจำการอยู่ในรัฐอะแลสกา ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อม แต่ทรัมป์ยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เกี่ยวกับการส่งกำลังทหารไปยังรัฐมินนิโซตา

Global News

ทั้งนี้ กฎหมายปราบปรามการจลาจล หรือกฎหมายปราบปรามการก่อกบฏ ฉบับปี 2350 ถูกบังคับใช้ในสหรัฐเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว และความเคลื่อนไหวใด ๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐในการส่งกำลังทหาร จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาว กับหน่วยงานท้องถิ่นในรัฐมินนิโซตา ทวีความรุนแรงขึ้น

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของรัฐมินนิโซตา ระบุว่า นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ออกคำสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของรัฐ เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น

ขณะที่ นายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิส กล่าวในวันต่อมาว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง 3,000 คน จากสำนักงานคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) และหน่วยงานควบคุมชายแดน ซึ่งดำเนินการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายตามคำสั่งของทรัมป์ ถือเป็น “กองกำลังยึดครอง” ที่บุกเข้ามาในเมืองอย่างแท้จริง.

เครดิตภาพ : REUTERS