นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน–ไทย “ตามรอยดิจิทัล : การเดินทาง 6 สัปดาห์ของฉันที่ HUST” ที่จัดขึ้น ณ Napalai Terrace ชั้น 7 ICONSIAM ในช่วงวันที่ 9-18 มกราคม 2569 เป็นการสะท้อนผลลัพธ์ความสำเร็จของการเชื่อมโลกการเรียนรู้ด้านวิชาการและวัฒนธรรมของสองประเทศ และฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย ผ่านโครงการ Thailand ODOS Summer Camp 2025 หรือโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสด้านการศึกษาและพัฒนาประเทศ ซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (HUST) ประเทศจีน

นิทรรศการนี้จึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือดังกล่าว เป็นปฏิบัติการที่จับต้องได้ของ “Humanistic Technology” คือใช้เทคโนโลยีเป็นพู่กัน และใช้ภาพเป็นสะพาน ผ่านมุมมองเฉพาะตัวของเยาวชนไทยรุ่นแรกจำนวน 50 คน ที่เดินทางเข้าร่วมหลักสูตรที่ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลในธีม “AI และ Metaverse” ณ มหาวิทยาลัย HUST เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2568 บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันน่าจดจำในสามหัวข้อหลัก คือ “ความประทับใจในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง”, “ช่วงเวลาในเมืองริมแม่น้ำ” และ “เรื่องราวหลังกลับบ้าน” ด้วยภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟน vivo X300 ที่ไม่เพียงทำหน้าที่เสมือนบันทึกความทรงจำ แต่ยังสะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
ภาพถ่ายแต่ละภาพจึงเปรียบเสมือน Digital Footprint ที่บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตและการพัฒนาทักษะของผู้บันทึกภาพ ครอบคลุมทั้งช่วงเวลาในห้องเรียน การศึกษาดูงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยแห่งชาติเมืองอู่ฮั่น ด้านออปโตอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์วิทยาศาสตร์สนามแม่เหล็กพัลส์แรงสูงแห่งชาติ และสถาบันวิจัยเทคโนโลยีหัวเว่ย เรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างการเขียนพู่กันจีนและศิลปะชงชาเพื่อให้ได้สัมผัสความเป็นจีนในทุกมิติ และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม เป็นการสนับสนุนแนวคิดเรื่อง Digital Footprint หรือร่องรอยดิจิทัลที่เกิดจากการเรียนรู้ การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ หนึ่งในทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาคนรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 21 ให้กลายเป็น “ทุนทางทักษะ” ของตนเองและเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

ภาพซุ้มโค้งสีแดงสดมีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง อาจเป็นสถาปัตยกรรมที่คุ้นตาสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับ นิธินันท์ เจริญลาภศุภวัตร์ จากจังหวัดอุดรธานี หนึ่งใน 50 เยาวชนที่วันนั้นจำทางกลับหอพักไม่ได้และมาพบเจอโดยบังเอิญ ความอลังการนี้ทำให้เขาประทับใจจนต้องบันทึกภาพเก็บไว้ ทำให้ผลงานชิ้นนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของโครงการแลกเปลี่ยนจีน-ไทยที่มีนัยยะลึกซึ้งและทรงพลังจนได้รับเลือกให้เป็นกลุ่ม 1 ใน 10 ภาพยอดเยี่ยม
สำหรับ ณัฐรดา พรหมนาค จากจังหวัดนครสวรรค์ที่มีผลงานเข้าตากรรมการจนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากภาพสนามหญ้าหน้าห้องสมุดที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความสงบและผ่อนคลาย ด้วยการจัดการแสงและเงาอย่างพิถีพิถัน เผยว่า “การได้มาจีนกับ ODOS ถือว่าคุ้มมาก ๆ เป็นประสบการณ์ที่ถ้ามาเองก็คงไม่ได้พบเจออะไรแบบนี้ การได้มาเห็นด้วยตาตัวเองทำให้รู้สึกได้ว่าเทคโนโลยีที่จีนมีความเข้มข้น มีวิวัฒนาการ และก้าวไปไกลมาก ๆ ทำให้สนใจอยากเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้น”

“นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน–ไทยครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัย HUST ได้ vivo เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ สนับสนุนสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงให้แก่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้บันทึกภาพ และสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดนิทรรศการเต็มรูปแบบ ส่งเสริมการผสานเทคโนโลยีกับมนุษยศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาเยาวชนให้พร้อมต่อโลกยุคดิจิทัล ซึ่งภาพถ่ายดิจิทัลเหล่านี้ได้สะท้อนประสบการณ์ตลอด 6 สัปดาห์ของเยาวชนไทยทั้ง 50 คน ในเมืองอู่ฮั่น นำเสนอเกี่ยวกับวัฒนธรรม บรรยากาศ และธรรมชาติที่สวยงามในประเทศจีน ที่สำคัญยังทำให้มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจงเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจศึกษาต่อในประเทศจีน และเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาความสัมพันธ์และกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับประเทศไทยในอนาคต เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่ความสัมพันธ์ของคนเราเป็นสิ่งที่ดีงามมากกว่า” นางเซียวเซียว หวัง ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง หรือ HUST กล่าวย้ำ
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง เป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าของจีนที่ได้รับการขนานนามว่า “แหล่งผลิตวิศวกรชั้นเยี่ยมของจีน” และกำลังมุ่งสู่การยกระดับเป็น “แหล่งผลิตวิศวกรชั้นเยี่ยมระดับโลก” มีจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุด คือ “การเชื่อมโยงโลกวิชาการกับโลกอุตสาหกรรมแบบไร้รอยต่อ” โดยกว่า 40 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาหลักสูตรและทิศทางการวิจัยไปพร้อมกับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก และมีทุนการศึกษาหลายระดับและครอบคลุมวงกว้างให้กับนักศึกษานานาชาติรวมถึงจากประเทศไทย ซึ่งทุนการศึกษาเหล่านี้ไม่ใช่แค่การสนับสนุนทางการเงินเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่ออนาคต และในระยะยาว มหาวิทยาลัย HUST มีแผนต่อยอดความร่วมมือสู่ระดับหลักสูตรร่วม (Joint Degree) และการวิจัยร่วมในสาขา AI เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีสีเขียว รวมถึงการจัดตั้งเครือข่ายศิษย์เก่าในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างยั่งยืน



