เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ม.ค.2569 พรรคกล้าธรรม (กธ.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย ต.รอบเวียง  อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ขึ้นเวทีช่วยผู้สมัคร สส. เชียงรายของพรรคหาเสียง ได้แก่ นายวุฒิชาติ เกรียงเกษม เขต 1 เบอร์ 6 นายทรงพล ชีวินมหาชัย เขต 2 เบอร์ 4 นายพิทักษ์ แสงคำ เขต 3 เบอร์ 3 นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ เขต 4 เบอร์ 1 นางมลธิชา ไชยบาล เขต 6 เบอร์ 7 และนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ เขต 7 เบอร์ 6

ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า พรรคการเมืองที่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลายคน แต่ประชาชนไม่มั่นใจว่าใครคือ ผู้มีอำนาจตัวจริง แต่พรรคกล้าธรรมเลือก “ ธ ” ก็ได้  “ธ ” แน่นอน เป็นผู้นำที่รับผิดชอบโดยตรง และยืนยันแนวทางการทำงานแบบทำได้บอกทำได้ ทำไม่ได้อธิบายเหตุผล ไม่ขายฝันหรือให้คำมั่นเกินจริง ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกิน ส.ป.ก. 4-01  และการพัฒนาไปสู่โฉนดเพื่อการเกษตร รวมถึงแนวคิดแก้กฎหมายในอนาคตเพื่อยกระดับสิทธิในที่ดินของเกษตรกรเป็นโฉนดครุฑแดง 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาหนี้สิน พรรคกล้าธรรมจะจัดตั้งธนาคารเพื่อประชาชน เพื่อปรับโครงสร้างดอกเบี้ยให้เป็นธรรม และนโยบายลดต้นทุนการผลิต เช่น โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง โดยระบุว่า พรรคมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่ามาตรการระยะสั้น รวมถึงการลฃบรอหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรด้วย

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม กล่าวว่า พรรคมีบุคลากรที่มีศักยภาพหลายด้าน และเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรค เพราะเปิดโอกาสให้ทำงานด้านสังคมอย่างเต็มที่ พร้อมผลักดันนโยบายสิทธิในที่ดินทำกินของคนยากจน และการแก้ปัญหาหนี้ครู ซึ่งมองว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพการศึกษาและอนาคตของเด็กไทย

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวบนเวทีช่วงหนึ่งว่า ย้อนกลับไปในอดีต อ.พะเยา จ.เชียงราย เป็นที่กำเนิดของ ด.ช.มนัส ก่อนที่พะเยาจะแยกออกไปเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนั้น จ.พะเยาและ จ.เชียงรายก็เหมือนคนบ้านเดียวกันที่แยกกันไม่ได้ ที่ผ่านมา จ.เชียงรายอยู่กับคนเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ วันนี้อยากจะถามคนเชียงรายว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง และขอให้พิจารณาจากการบริหาร จ.พะเยาเป็นหลักว่า จ.พะเยา เติบโตขึ้นในทุกๆด้านกลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเป็นอันดับ 1 ในภาคเหนือ และวันนี้หากได้รับโอกาสจากพี่น้องจ.เชียงราย ทั้ง 6 เขต ที่พรรคกล้าธรรมส่งลูกหลานของท่านลงรับสมัครเลือกตั้ง  พรรคกล้าธรรมก็จะเข้ามาพัฒนาจ.เชียงรายให้ควบคู่ไปพร้อมกับ จ.พะเยา 

“พรรคกล้าธรรมพร้อมบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำภาคเหนือเพื่อแก้ปัญหาทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม ควบคู่กับการผลักดันแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และการพัฒนาสิทธิการถือครอง รวมถึงมาตรการลดต้นทุนเกษตร และการดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มชาติพันธุ์ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งด้านไฟฟ้า ถนน และการช่วยเหลือช่วงภัยพิบัติ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ภายหลังเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรน้ำของ จ.เชียงราย อย่างเป็นระบบ โดยมองว่า จ.พะเยาและ จ.เชียงรายเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่เชื่อมโยงกัน จำเป็นต้องวางแผนร่วมกันทั้งเรื่องการกักเก็บน้ำในฤดูฝนและการป้องกันน้ำท่วมในช่วงน้ำหลาก ซึ่ง ที่ผ่านมาอดีต สส.ที่นี่ ก็เป็นคนขัดขวางเรื่องปุ๋ยราคาถูก จึงเกิดความติดขัด แต่วันนี้เราต้องช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ยราคาถูก และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตอื่น ๆ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงสร้างดอกเบี้ยของภาคการเกษตรควรเป็นธรรมมากกว่านี้ และแนวคิดธนาคารเพื่อประชาชนจะเป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างหนี้

“พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคของคนเหนือ เราไม่เป็นอีแอบ และผู้สมัครของพรรคก็เป็นคนทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เรามาขอโอกาสจากชาวเชียงรายมาร่วมเปลี่ยนแปลงไปกับเรา มาร่วมมือพัฒนาจ.เชียงรายให้ก้าวหน้า ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเกษตร การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนเหมือน จ.พะเยา” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว.