สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ว่าพลจัตวา อิบราฮิม จับบารี ที่ปรึกษาคณะผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่จะ “จัดการ” กับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และสั่งให้กองทัพสหรัฐส่ง “กองเรือขนาดมหึมา” เดินทางไปประจำการในน่านน้ำใกล้กับอิหร่าน ว่า “พฤติกรรมเช่นนี้จากอาชญากรอย่างทรัมป์ ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย”


ขณะเดียวกัน พลจัตวาจับบารีเสริมว่าอิหร่าน “ไม่รู้สึกกังวลและไม่ได้อยู่ในสภาวะตื่นตระหนก เนื่องจากชาวอิหร่านยืนหยัดด้วยความรัก และความศรัทธาเบื้องหลังผู้นำแห่งการปฏิวัติ” พร้อมทั้งย้ำว่า ถ้อยแถลงและคำขู่เหล่านี้จะไม่มีผลกระทบต่อความมุ่งมั่น เจตจำนง หรือความศรัทธาของอิหร่าน”


ในเวลาเดียวกัน สายการบินระหว่างประเทศหลายแห่งระงับเที่ยวบินไปยังพื้นที่บางส่วนของตะวันออกกลาง โดยสายการบินแอร์ฟรานซ์ ลุฟต์ฮันซา แอร์แคนาดา และเคแอลเอ็ม ระงับเที่ยวบินไปยังอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) โดยคาดว่าจะระงับไปจนถึงอย่างน้อยวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค.


ด้านพล.ต. มาจิด มูซาวี ผู้บัญชาการกองกำลังการบินและอวกาศของไออาร์จีซี กล่าวว่า “ทรัมป์เป็นคนพูดมาก” และอิหร่าน “จะตอบโต้คำขู่และข้อกล่าวหาของทรัมป์ในสนามรบจริง”


ขณะที่ฟ็อกซ์นิวส์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐ ว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮิม ลินคอล์น” ยังไม่ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรอินเดียและยังไม่ได้เข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐ ( เซนต์คอม ) โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยังคงอยู่นอกอ่าวโอมาน และอาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงจะถึงตำแหน่งประจำการที่กำหนดไว้.

เครดิตภาพ : AFP