สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่าพล.ร.ต.อิน สุเขมรา รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือเรียม ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุ หรือสีหนุวิลล์ กล่าวถึงการเทียบท่าของเรือโจมตีชายฝั่ง “ยูเอสเอส ซินซินเนติ” ของกองทัพเรือสหรัฐ คือ เพื่อขยายความร่วมมือและเสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น


พล.ร.ต.อิน สุเขมรา กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เนื่องจากกระบวนการปรับปรุงฐานทัพยังไม่แล้วเสร็จ ฐานทัพเรือเรียมจึงยังไม่สามารถรองรับการเทียบท่าของเรือขนาดใหญ่ได้ แต่หลังจากมีการขยายท่าเรือและขุดลอกพื้นที่ทะเลให้ลึกขึ้น เรือรบขนาดกลางจึงสามารถเข้าจอดเทียบท่าได้แล้ว


ทั้งนี้ เรือ ยูเอสเอส ซินซินเนติ พร้อมเจ้าหน้าที่ประมาณ 100 นาย เทียบท่ายังฐานทัพเรือเรียม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยจอดอยู่ใกล้กับเรือรบอีกสองลำของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ที่จอดอยู่ก่อนแล้ว โดยจะปฏิบัติภารกิจเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 24-28 ม.ค. นี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ภารกิจเหล่านั้นคืออะไรบ้าง


ขณะที่มีการวิเคราะห์ว่า การที่สหรัฐนำเรือรบเข้าจอดที่ฐานทัพเรือเรียม คือ “การส่งสัญญาณทางการทูตและยุทธศาสตร์” เพื่อท้าทายอิทธิพลของจีนในพื้นที่ทับซ้อน และประกาศว่า สหรัฐยังคงมีอิทธิพลในบริเวณนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ฐานทัพเรือเรียม ถูกมองว่าเป็น “เขตอิทธิพลหลักของจีน” จากการที่รัฐบาลปักกิ่งให้เงินทุนสนับสนุนการปรับปรุงฐานทัพ และเคยมีเรือรบของจีนมาจอดประจำการอยู่นานด้วย


นอกจากนี้ สหรัฐกังวลมาตลอด ว่าจีนอาจใช้ฐานทัพเรียมเป็นฐานทัพทหารลับส่วนตัว การส่งเรือเข้าไปจอดครั้งนี้เปรียบเสมือนการ “ตรวจสอบ” ว่าโครงสร้างพื้นฐานที่จีนสร้างให้นั้น สหรัฐสามารถเข้าถึงและใช้งานได้จริงหรือไม่ หลังกัมพูชาเคยกล่าวว่า “ฐานทัพแห่งนี้เปิดกว้างสำหรับทุกประเทศ”.

เครดิตภาพ : AFP