ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมขณะนี้ว่ากำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต เนื่องจากผลผลิตราคาตกต่ำอย่างรุนแรงเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท จากที่เคยทำราคาสูงกว่า 30 บาทต่อลูก ส่งผลให้ชาวสวนจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ไม่คุ้มต่อการลงทุนและค่าแรง จนบางรายเริ่มตัดต้นมะพร้าวทิ้งแล้วเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน

จังหวัดสมุทรสงครามถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของประเทศ ทั้งมะพร้าวแกงและมะพร้าวน้ำหอม โดยปัจจุบันราคามะพร้าวแกงยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีราคารับซื้อขั้นต่ำประมาณลูกละ 14-15 บาท ต่างจากมะพร้าวน้ำหอมที่ราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรชนิดนี้

นายวันชนะ จันทร์เพ็ญ อายุ 44 ปี ชาวตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 10 ไร่ กล่าวว่าช่วงต้นปี 2568 ราคามะพร้าวน้ำหอมเคยพุ่งสูงถึงลูกละกว่า 30 บาท แต่เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเดือนมิถุนายน 2568 ราคาต่ำกว่าลูกละ 10 บาท และดิ่งลงเหลือเพียง 2 บาทจนถึงสิ้นปี ต่อมาในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ราคาขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ลูกละ 8-9 บาท แต่กลับร่วงลงอีกครั้งอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน กลับมาอยู่ที่ 2-3 บาท ทำให้ปี 2568 ถูกมองว่าเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่

นายวันชนะ กล่าวว่า ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำขณะนี้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีก่อน แม้ในช่วงราคาต่ำสุดยังขายได้ลูกละ 10-15 บาท แต่ปัจจุบันกลับต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรง และค่าดูแลสวน ทำให้ผลผลิตที่ได้ลูกเล็กและน้ำหนักเบาลง ส่งผลกระทบต่อรายได้และการดำรงชีวิตของครอบครัวอย่างรุนแรง บางครอบครัวถึงขั้นไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

สาเหตุหนึ่งอาจมาจากพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นทั้งในและประเทสเพื่อนบ้าน แต่ปัจจัยสำคัญน่าจะเป็นกลไกตลาดที่ผิดปกติจากการผูกขาดทางการค้ากับทุนจีนมากเกินไป ส่งผลให้มีโรงงานทุนจีนเข้ามาเปิดกิจการใน จังหวัดราชบุรีเป็นจำนวนมาก และสามารถเข้ามาควบคุมกลไกตลาดการค้าจากต้นทางไปสู่ปลายทาง รวมถึงกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมได้

นอกจากนี้ยังมีการบอกเล่ามาจากเพื่อนๆชาวสวนด้วยว่า ทุนจีนมีการใช้ชื่อคนไทยบังหน้าในลักษณะนอมินีเปิดโรงงานรับซื้อมะพร้าวน้ำหอม ปัจจุบันคาดว่ามีโรงงานลักษณะดังกล่าวประมาณ 200 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และคาดว่ามีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมหลายพันไร่

นายวันชนะ กล่าวอีกว่าปัญหานี้เกิดจากการที่ประเทศไทยเปิดทางให้ทุนต่างชาติเข้ามาโดยที่กฎหมายและการบังคับใช้ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ แตกต่างจากบางประเทศที่แม้เปิดให้ต่างชาติเข้ามาถือครองทรัพย์สินได้ แต่มีระบบภาษีและกฎหมายที่เข้มงวดทำให้ไม่เกิดการเอาเปรียบเกษตรกรหรือประชาชนในประเทศ หากกฎหมายไทยยังอ่อนแอ ปัญหาราคามะพร้าวและพืชผลตกต่ำก็จะยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีชาวสวนรายย่อยจำนวนจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมขายมะพร้าวน้ำหอมจากสวนลูกละ 2-3 บาท แต่ปล่อยให้มะพร้าวร่วงหล่นคาสวนเสียหายเพราะไม่คุ้มค่าแรงงาน จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งในด้านการพยุงราคา การควบคุมกลไกตลาด และการหาช่องทางระบายผลผลิตเพิ่มไม่ผูกขาดกับคู่ค้าเพียงรายเดียว เพื่อให้ราคามะพร้าวน้ำหอมอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าลูกละ 10 บาท ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรยังพอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไร้มาตรการแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรของจังหวัด และทำให้พื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมลดลงในระยะยาว แล้วหันไปปลูกพืชชนิดใหม่แทนเพื่อความอยู่รอด กระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาในระดับชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และในวันที่ 28 ม.ค.นี้ จะมีการรวมตัวของชาวสวนมะพร้าวในหลายพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี ร่วมเวทีสะท้อนปัญหาและเรียกร้องความเป็นธรรมต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยจัดขึ้นที่วัดเนกขัมมาราม ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป