เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านหลักหิน หมู่ที่ 2 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการปรับปรุงสนามกีฬาบ้านหลักหิน หมู่ที่ 2 ต.บักดอง แล้วเสร็จจนมีการส่งมอบโครงการเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา จากนั้นอ้างว่ามีการปล่อยทิ้งร้างจนหญ้าไมยราบขึ้นเกลื่อน ซึ่งเป็นหญ้าที่มีหนามแหลมคม ไม่เหมาะแก่การปลูกในสนามฟุตบอล หรือสนามกีฬา เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้

โดยจากการลงพื้นที่ไปพบกับ นายวิรัช ทองแย้ม อายุ 66 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการปรับปรุงสนามกีฬาบ้านหลักหิน หมู่ที่ 2 ต.บักดอง ลักษณะงาน กว้าง 80 เมตร ยาว 80 เมตร เลขที่สัญญา 214/2568 เริ่มต้นดำเนินงาน วันที่ 3 ก.ค. 68 ถึง วันที่ 16 ส.ค. 68 ระยะเวลาก่อสร้าง 45 วัน วงเงินค่าก่อสร้าง จำนวน 120,000 บาท ซึ่งหลังมีการดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงแล้วเสร็จ และมีการส่งมอบงานแล้ว ปรากฏว่าต่อมา ได้มีการนำดินมาเทถมทับพื้นที่ดังกล่าวเป็นกองๆ ทั่วทั้งสนาม ซึ่งภายในกองดินมีเศษคอนกรีตขนาดใหญ่ รวมถึงเศษเหล็ก เศษปูน และท่อระบายน้ำที่ใช้แล้วมาเททิ้งไว้รวมกัน ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นสนามกีฬาที่ควรต้องมีความปลอดภัย เหตุใดจริงนำเศษวัสดุแข็งเหล่านี้มาทิ้งไว้ตรงจุดนี้

ส่วนภายในสนามฟุตบอลกลับปล่อยให้มีหญ้าไมยราบขึ้นทั่วทั้งสนาม ดินแข็ง เพราะเป็นดินเหนียวที่แห้ง และเป็นหลุมเป็นบ่อ จากรอยเท้าสัตว์เลี้ยง วัว ควาย ขรุขระ ใกล้กันบริเวณริมสนามกีฬาได้มีการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งบประมาณ 641,000 บาท ฝั่งหนึ่งของถนนเลียบสนามกีฬา อีกฝั่งหนึ่งเลียบคลองชลประทาน ซึ่งคาดว่ามีการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากพบว่ามีเศษเหล็กที่เตรียมก่อสร้าง ถูกวางทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์จนขึ้นสนิม ไม่แน่ชัดว่าสาเหตุที่หยุดดำเนินการก่อสร้างกลางคันในครั้งนี้ เกิดจากการทำโครงการทับซ้อนที่ของชลประทานหรือไม่ จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดด้วย.