นายวาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า ในปีนี้ ดีป้ามีนโยบายส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยมีโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับกองทุนที่ร่วมลงทุน โดยจะส่งเสริมให้สตาร์ทอัพต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนในไทย รวมถึงดึงคนไทยที่อยู่ต่างประเทศให้กลับมา เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทย โดยวางแผนสนับสนุนสตาร์ทอัพวงเงิน 1 ล้านบาท จำนวน 20 ราย และวงเงิน 5 ล้านบาท จำนวน 15 ราย รวมสตาร์ทอัพต่างชาติด้วย โดยตั้งงบประมาณไว้จำนวน 100 ล้านบาท จากงบประมาณด้านสตาร์ทอัพวมจำนวน 130 ล้านบาทในปี 69 นี้
“แนวคิดนี้ คือ เราอยากให้สตาร์ทอัพต่างชาติ เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทย ไม่ใช่แค่มาเป็น ดิจิทัล โนแมด เข้ามาทำงานเท่านั้น แล้วไปเสียภาษีที่อื่น แต่อยากให้เข้ามาอยู่ใน ระบบนิเวศน์ ของประเทศไทย ทำงานร่วมกับ สตาร์ทอัพ ของไทย เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนจะอยู่ในระบบของประเทศ ไม่ใช่แค่เป็นธุรกิจนอกระบบที่มาค้าขายออนไลน์แล้วจ่ายเงินผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ หรือไม่เสียภาษีให้ประเทศไทย โดยสตาร่ทอัพต่างชาติที่เข้ามาเสนอบริการต่างๆ ถ้าต้องการจะเข้าตลาดภาครัฐ ต้องมาจดทะเบียนในประเทศไทย มาเสียภาษีที่ไทย แล้วจะได้รับความสะดวก ผ่านบีโอไอ โดยทางดีป้า จะเป็นผู้ประสานและดูแลให้”
นายวาริน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีการนำสตาร์ทอัพไทย ไปเปิดตลาด และโรดโชว์ ในงานต่างๆเกี่ยวข้อง ในต่างประเทศ โดย ดีป้า จะร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพาสตาร์ทอัพไทยไป จับคู่ธุรกิจ หรือแมทชิ่งกับนักลงทุน และกองทุนในต่างประเทศ โดยรอบแรกจะไปที่ประเทศญี่ปุ่น ใน งาน ซูชิ เทค โตเกี่ยว 2026 ซึ่งเป็นงาน ประชุมสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดโดยกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 27-29 เม.ย.69 นี้ โดยจะมีงบสนับสนุนค่าเดินทางที่พักรายละไม่เกิน 1 แสนบาท จำนวน 5 ราย รวมถึงมีหน่วยงานอื่นๆ ดังกล่าวก็มาร่วมสนับสนุนด้วย รวมเป็น ไทยแลนด์ พาวิลเลียน มีสตาร์ทอัพไทย ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมประมาณ 12 ราย
“ 2-3 ปีที่ผ่านมายอมรับว่า อุตสาหกรรมสตาร์ทอัพของไทยมีความเคลื่อรไหวลดลง เนื่องด้วยเงินกองทุนต่างๆ และงบประมาณสนับสนุนที่ลดน้อยลง ซึ่งเป็นไปตามตลาดสตาร์ทอัพ และ ภาวะเศรษฐกิจ แต่ในปีนี้ จะมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยทางดีป้า จะปรับแนงทางการสนับสนุน และ ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพาสตาร์ทอัพไทยไปเปิดตลาดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ร่วมถึงการดึงสตาร๋ทอัพต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในไทยโดยการให้สิทธิพิเศษทางกด้านภาษีต่างๆ ฯลฯ”



