สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือเป็นการผสานขีดความสามารถด้านจรวดของสเปซเอ็กซ์ เข้ากับเทคโนโลยีของเอ็กซ์เอไอ เพื่อสร้างสิ่งที่มัสก์กล่าวในแถลงการณ์ว่าเป็น “เครื่องมือสร้างนวัตกรรมแบบบูรณาการแนวดิ่งที่ทะเยอทะยานที่สุดบนโลกและนอกโลก”
การควบรวมกิจการครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่การระดมทุนเพื่อการพัฒนาเอไอ ที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ให้ความสำคัญ เริ่มแสดงสัญญาณของความตึงเครียด
ด้านมัสก์กล่าวว่า สเปซเอ็กซ์วางแผนปล่อยกลุ่มดาวเทียมที่จะทำหน้าที่เป็น “ศูนย์ข้อมูลในวงโคจร” โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ เพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สำหรับการประมวลผลเอไอ
“ดาวเทียมเหล่านี้ จะพลิกโฉมความสามารถของเรา ในการขยายขนาดการประมวลผล โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เกือบคงที่โดยตรง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหรือการบำรุงรักษาน้อยมาก” มัสก์ระบุในประกาศ
อนึ่ง สเปซเอ็กซ์ตั้งเป้าที่จะปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวง เพื่อใช้งานเป็นศูนย์ข้อมูล โดยใช้จรวดสตาร์ชิป ซึ่งบริษัทระบุว่าจะสามารถปล่อยจรวดในอัตรา 1 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และบรรทุกน้ำหนักได้ 200 ตัน ในเร็ว ๆ นี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



