สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า เนื่องจากดับเบิลยูเอชโอได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศร่ำรวยตัดความช่วยเหลือต่างประเทศอย่างมาก องค์กรจึงลดคำขอความช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะได้รับ

“เรากังวลเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับความต้องการที่มากมายมหาศาล และวิธีที่เราจะตอบสนองความต้องการเหล่านั้น” ดร.ชิกเว อิเฮกเวอาซู ผู้อำนวยการฝ่ายเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองเจนีวา

ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอประมาณการว่า ประชากร 239 ล้านคน จะต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนในปีนี้ และระบุว่า เงินจำนวนนี้จะช่วยประคับประคองบริการสุขภาพที่จำเป็นเอาไว้ได้

ด้านอิเฮกเวอาซู กล่าวเตือนว่า ประชากรโลกในสัดส่วน 25% เผชิญกับวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่พรากการคุ้มครองขั้นพื้นฐานที่สุดไป ได้แก่ ความปลอดภัย ที่พักพิง และการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ความต้องการด้านสุขภาพจึงเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะการบาดเจ็บ การระบาดของโรค ภาวะทุพโภชนาการ หรือโรคเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษา

เมื่อปีที่แล้ว ดับเบิลยูเอชโอร้องขอเงินสนับสนุน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47,440 ล้านบาท) แต่อิเฮกเวอาซู กล่าวว่า องค์กรได้รับเงินเพียง 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28,500 ล้านบาท) ซึ่งต่ำกว่าระดับในปี 2559

“ดังนั้น เราจึงปรับคำขอของเรา ให้สอดคล้องกับสิ่งที่สามารถจัดหาได้ตามความเป็นจริงมากขึ้น โดยคำนึงถึงสถานการณ์ทั่วโลก และข้อจำกัดในหลายประเทศ” อิเฮกเวอาซู กล่าว พร้อมกับเสริมว่า ดับเบิลยูเอชโอ “ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ” กับบริการที่มีผลกระทบสูง โดยมุ่งเน้นไปยังจุดที่องค์กรสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากที่สุด.

เครดิตภาพ : REUTERS