สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า ดัชนีหุ้นหลักของเวียดนามพุ่งขึ้นมากกว่า 40% เมื่อปีที่แล้ว แม้จะเผชิญกับภาษีศุลกากรอัตราใหม่ 20% สำหรับสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญที่สุดก็ตาม
ทั้งนี้ การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุนนี้ เกิดขึ้นก่อนเวียดนามจะได้รับการยกระดับสถานะเป็นตลาดเกิดใหม่ โดยเอฟทีเอสอี รัสส์เซลล์ ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการดัชนีสามารถเริ่มรวมหุ้นเวียดนามในเดือน ก.ย.
Vietnam will allow foreign investors to trade through global brokerages directly instead of with local firms, a step aimed at improving market accessibility as the country prepares for an upgrade to emerging-market status from FTSE Russell https://t.co/L3J0gWavWS
— Bloomberg (@business) February 4, 2026
กระทรวงการคลังกล่าวเมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) ว่า นักลงทุนต่างชาติไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายโดยตรง กับบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศอีกต่อไปแล้ว โดยจะช่วยลดอุปสรรคทางเทคนิค และขั้นตอนการบริหาร ส่งผลให้ตลาดเวียดนามเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับเงินทุนต่างชาติ
อย่างไรก็ดี การปฏิรูปเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น ในการกระตุ้นการไหลเวียนของเงินทุนต่างชาติ ทั้งในระยะกลางและระยะยาว ขณะที่กฎใหม่นี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อจำกัดที่เข้มงวด เกี่ยวกับการถือครองหุ้นโดยชาวต่างชาติ
เมื่อเดือน ต.ค. เอฟทีเอสอี รัสส์เซลล์ ประกาศว่า จัดเวียดนามให้เป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง ซึ่งจะทำให้เวียดนามอยู่ในกลุ่มเดียวกับจีนและอินเดีย อย่างไรก็ดี ยกระดับจากสถานะตลาดชายขอบ ซึ่งอยู่ระหว่างการทบทวนในเดือน มี.ค. จะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย. ปีนี้.
เครดิตภาพ : AFP



