สวัสดีวันเลือกตั้ง! อ้วนซ่า แอบซิ่ง ขอเชิญชวนทุกท่านให้ออกไปใช้สิทธิ์ ใช้เสียง เลือกคนที่ชอบ เลือกคนที่ใช่ เข้าไปเป็นปากเสียงประชาชนในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ถ้าไปมาแล้ว ก็มานั่งอ่านข่าวสารยานยนต์ เพื่อไม่ให้พลาดเรื่องราวดีๆกันนะขอรับ!
ในยุคนี้เราได้เห็นรถยนต์แบรนด์ใหม่ๆจากประเทศจีน ทยอยกันเดินหน้าเข้ามาในบ้านเรา บอกตามตรงเลยว่ายังเหลือแบรนด์ดีๆ คุณภาพสูงอยู่อีกพอสมควรที่ยังไม่เข้ามาเปิดตลาดในบ้านเรา โดยเฉพาะแบรนด์อย่าง นีโอ (Nio) แบรนด์ที่อ้วนซ่า ส่องมานานหลายปี เพราะมีคุณภาพงานออกแบบที่เฉียบขาด รวมถึงเน้นความล้ำสมัยของระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบประมวลผล โดยจัดเป็นแบรนด์รถไฟฟ้าในกลุ่มไฮเอนด์ของประเทศจีน น่าเสียดายว่าที่ผ่านมาพวกเขายังไม่มีการผลิตรถยนต์รุ่นพวงมาลัยขวาออกมาเลย

แต่ล่าสุดได้ข่าวมาว่า นีโอ ให้ความสนใจที่จะเริ่มต้นผลิตรถรุ่นพวงมาลัยขวาแล้ว โดยตั้งเป้าว่าจะส่งรถของพวกเขาไปยังประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่มีการตั้งภาษีกีดกันรถยนต์จากจีน แน่นอนว่ารวมถึงบ้านเราด้วย

ในขั้นต้น พวกเขายังไม่ส่งรถรุ่นพรีเมี่ยมของพวกเขามา แต่จะขอเปิดด้วยการนำเอารถรุ่นคอมแพ็ค ภายใต้ซับแบรนด์ “ฟายเออร์ฟลาย” (Firefly) ซึ่งแปลว่า หิ่งห้อย เข้ามาเปิดตัว โดยพวกเขาชูจุดขาย รถรุ่น “ฟายเออร์ฟลาย” นี้ว่าเป็นรถที่มีการออกแบบที่เตะตา และมีเอกลักษณ์ ไม่เลียนแบบใคร โดยเล็งกลุ่มผู้บริโภคในยุโรปที่หลงไหลในรถเล็กที่มีบุคลิกสดใส อย่าง เรอโนลต์ 5 (Renault 5) และ โฟล์คสวาเกน ไอดี 2 (Volkswagen ID.2) รวมถึง มินิ คูเปอร์ (MINI Cooper)

แน่นอนว่าเมื่อคุณได้เห็นโฉมหน้าของ “ฟายเออร์ฟลาย” คุณจะพบกับความรู้สึก ไม่ “ชอบ” ก็ “เกลียด” ไปเลย เพราะมันมาพร้อมกับไฟหน้า และไฟท้าย ที่แปลกตา จนน่าสงสัยว่า นักออกแบบถูกองค์เทพสามตามาดลใจในการออกแบบหรืออย่างไร เพราะมันเป็นรถที่ไฟหน้า ไฟท้าย แต่ละมุมตัวถังเป็นวงแหวนเล็กๆ 3 ดวงที่เป็นเอกลักษณ์ จนแอบคิดว่า คนประเภทที่กลัว “รู” คงจะร้องกรี้ด

แต่! สำหรับอ้วนซ่า ซึ่งเคยได้เห็นตัวจริงของมันในโชว์รูมที่ประเทศจีนแล้ว ขอบอกเลยว่า “ชอบ” ขอรับ มันคือรถที่ออกแบบได้สะอาดตา สัดส่วนเป๊ะ รายละเอียดเก๋ไก๋ และมีความเป็นโมเดิร์นยุโรปในเส้นสายอย่าเต็มเปี่ยม เรียกว่า คุณภาพงานออกแบบคือระดับสากลอย่างแท้จริง แต่ด้วยความที่มันมีเอกลัษณ์เด่นมากขนาดนี้ จะต้องมีทั้งคนรัก และคนชัง อย่างช่วยไม่ได้
ด้านขนาดตัวนั้น เทียบชั้นกับ บีวายดี ดอลฟิน (BYD Dolphin) แบบตรงตัว แต่ “ฟายเออร์ฟลาย” จะมีรูปลักษณ์ที่อนุรักษ์นิยมกว่า แต่ขายความเป็นพรีเมี่ยมในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบลำโพง ดอลบี้ แอทมอส (Dolby Atmos) ที่ใช้ลำโพงมากถึง 14 ตัว ให้เสียงรอบทิศทาง รวมถึงเสียงจากเหนือศีรษะด้วย นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบน้ำหอมในตัว ให้กลิ่นป่ายามเช้าตรู่ อันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนั้นรายละเอียดงานออกแบบในส่วนของห้องโดยสาร ก็นับว่าเฉียบขาด ระดับน้องๆ “มินิ คูเปอร์” เลยก็ว่าได้

ด้านความแข็งแรงนั้นหายห่วงเพราะผ่านมาตรฐานความปลอดภัย C-NCAP ปี 2024 ในระดับ 5 ดาว ส่วนขุมกำลังนั้นไม่ได้เน้นความร้อนแรง แต่ก็แรงพอตัว ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าวางท้าย ขับเคลื่อนล้อหลัง มีกำลัง 142 แรงม้า พร้อมกับอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 8.2 วินาที กับตีนปลาย 150 กม./ชม. การเลือกที่จะให้มันขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วยให้พวงมาลัยสามารถมีองศาการเลี้ยวที่ดี ขับได้คล่องกว่า รถขับเคลื่อนล้อหน้า ส่วนแบตเตอรี่นั้นมีขนาดพอประมาณคือ 42.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
แน่นอนว่า พวกเขาไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ และไม่ได้มีแผนจะลงทุนตั้งโรงงานในบ้านเรา ดังนั้นราคาจะสูงกว่าเจ้าตลาดบ้าง แต่ถ้าคุณชอบดีไซน์ และไม่ได้ “กลัวรู” เจ้าหิ่งห้อยน้อย เป็นรถที่ดูดีเอามากๆขอรับ!









