เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 , พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น. และสน.บางนา ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัว นายประสาสน์ อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.109/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.69 ข้อหา “ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ” ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการใช้สารป้ายยาอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป
โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ปากซอยพหลโยธิน 30/1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ก่อนจะนำตัวไปตรวจค้นห้องพักซอยพหลโยธิน แยก 2-4 แขวง-เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ได้แก่ เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ, ถาดและอุปกรณ์สำหรับบดยา, ยานอนหลับจำนวนหนึ่ง, พระเครื่องฉลอง 25 ศตวรรษ 1 องค์, พระเครื่องหลวงปู่ทวด 1 องค์, พระเครื่องวัดปากน้ำ 1 องค์, พระเครื่องจำนวนมาก และโทรศัพท์มือถือ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องพบชายวัย 84 ปี สลบกว่า 3 ชั่วโมง บนรถเมล์สาย 511 ที่นั่งเบาะหลังสุด กระเป๋ารถเมล์มาปลุกไม่ตื่นจนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยหามผู้เสียหายส่งโรงพยาบาล และยังคงนอนไม่ได้สตินานกว่า 3 วัน ทั้งนี้ญาติตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าสร้อยคอทองคำ, พระเครื่อง และเงินสดรวมมูลค่า 249,500 บาทหายไป

ต่อมาบุตรชายผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.บางนา ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ จับภาพชายรายหนึ่งที่เข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหายก่อนพยุงพาขึ้นรถเมล์เสมือนคนช่วยเหลือคนชราตามปกติ กระทั่งเมื่อได้ขึ้นมาบนรถเมล์ชายชรามีอาการเดินเซ ก่อนจะถูกพาไปนั่งที่เบาะหลังสุด ท่ามกลางผู้โดยสารเต็มคัน ต่อมากล้องวงจรปิดเผยภาพชายรายดังกล่าวปลดทรัพย์สินก่อนจะรีบลงรถเมล์บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อุดมสุข หลบหนีไป
ตำรวจสามารถแกะรอยและสกัดจับผู้ต้องหาบริเวณถนนพหลโยธินปากซอย 30 / 1 และผู้ต้องหานำตรวจค้นห้องพักพบทรัพย์สินที่เป็นของผู้เสียหายจำนวนหลายรายการและทรัพย์สินโทรศัพท์อีกจำนวนหลายเครื่องโดยผู้ต้องหารับว่าเคยก่อเหตุในลักษณะแบบนี้มาหลายครั้ง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.บางนาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในชั้นจับกุม นายประสาสน์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าในคดีนี้พบเหยื่อชายวัย 84 ปีที่ป้ายรถโดยสารประจำทางบริเวณปากน้ำจึงเข้าไปตีสนิทและให้เหยื่อดื่มนมเปรี้ยวที่ตนผสมยาสลบ 10 เม็ดไว้ในนมเปรี้ยว เมื่อขึ้นรถโดยสารสาย 511 พร้อมกันได้นั่งคุยกับเหยื่อจนเหยื่อสลบจึงลักเอาทรัพย์สินทั้งหมดของเหยื่อแล้วลงจากรถ ยังรับอีกว่าได้เคยก่อเหตุในลักษณะนี้บนรถเมล์อีก 4-5 ครั้งจำไม่ได้แน่ ตลอดจนตนเคยมีประวัติชิงทรัพย์บนรถประจำทางเมื่อในสมัยวัยหนุ่ม
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า คนร้ายเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุวัย 84 ปี ซึ่งไร้ทางสู้และใช้ยาบางอย่างทำให้ผู้เสียหายหมดสติไปนานกว่า 3 วัน นี่คือภัยสังคมที่ร้ายแรงขณะนี้ได้แจ้งข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์ในเบื้องต้น ในส่วนของข้อหาเรื่องของการป้ายยา เราจะมีการส่งตรวจด้วยขั้นตอนพิเศษเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป และจะขยายผลว่ามีการทำเป็นขบวนการหรือเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นหรือไม่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าที่เข้ามาตีสนิทในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการรับเครื่องดื่มหรืออาหารจากคนไม่รู้จัก และหากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงหรือโทร 191 ทันที หรือทางเพจเฟซบุ๊ก กองบัญชาการตำรวจนครบาล MPB หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราดำเนินการทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.



