จากกรณี มีการออกหมายจับ นายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน หรือ “สจ.เปียว” อายุ 31 ปี กับพวก โยงเว็บพนัน ก่อนตำรวจไซเบอร์ บุกกาฬสินธุ์ ค้นรังยังไร้แวว พร้อมเร่งขยายผลพบฟอกเงินผ่าน “อสังหาฯ-ค่ายมวย-ฟาร์มไก่-สร้างวัตถุมงคลให้วัดดัง” โยงทำเว็บหวย พบเป็นเครือข่ายใหญ่ก๊วนเดียวกับ “สจ.เนย์” กาฬสินธุ์ เงินสะพัดอู้ฟู่ 1,200 ล้าน นั้น

หมายจับ “สจ.เปียว กับพวก” โยงเว็บพนัน ตร.บุกกาฬสินธุ์ค้นรังยังไร้แวว

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. มีรายงานว่า ชุดสืบสวน ยังคงเดินหน้าขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์เชื่อมโยงนักการเมืองดังในภาคอีสาน ซึ่งได้ดำเนินการสืบสวนเว็บไซต์พนันออนไลน์ www.huaysodplus.com ตามข้อร้องเรียนว่าเปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ อาทิ หวยรัฐบาลไทย, หวยลาว, หวยฮานอย, หวยหุ้นต่างๆ รวมถึงการพนันออนไลน์ประเภทอื่นๆ ก่อนพบว่าเว็บดังกล่าวมีนายธนาวุธ แสงแก่นเพ็ชร์ อายุ 44 ปี ผอ.รร.อนุบาลรัตนากาฬสินธุ์, นายศุภโชค พละไกร อายุ 64 ปี อดีตนายตำรวจ, นายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน อายุ 31 ปี หรือ สจ.เปียว และ น.ส.พรนภา แสงโทโพธิ์ อายุ 30 ปี เข้าไปเกี่ยวข้องในลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ของเว็บพนันดังกล่าว อีกทั้งเชื่อมโยงในลักษณะเครือข่ายกับเว็บไซต์พนันหวยออนไลน์ “Banhuay98” ของทาง นายปฐนัญ จันดอน หรือ “สจ.เนย์” อายุ 29 ปี นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้บัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีรับเงินจากผู้เล่นพนัน และรับผลประโยชน์จากเว็บพนันโดยตรง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังจากกลุ่มผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ มีความพยายามที่จะประสานเพื่อที่จะขอเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีทั้ง สจ.เนย์ และ สจ.เปียว รวมอยู่ในนั้น หลังทั้งสองหลบหนีไปตั้งแต่ก่อนออกหมายจับ ทางผ่านทางด่าน จ.หนองคาย ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา จากการขยายผลการสืบสวนเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบว่าเครือข่ายเว็บพนันกลุ่มนี้ เป็นเครือข่ายใหญ่ ในวงการเรียกว่ากลุ่มวัยรุ่นสร้างตัว โดยมีการนำเงินที่ได้จากการเปิดเว็บหวยออนไลน์ไปทำการฟอกเงินผ่านซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน รถยนต์หรู ร้านอาหาร ค่ายมวยและจัดสร้างวัตถุมงคลให้วัดดังที่ทางภาคอีสาน

จากข้อมูลทางการสืบสวนพบว่า มีการนำเงินได้จากการเปิดเว็บพนันออนไลน์มาฟอกเงินผ่านวัดดังทางภาคอีสาน ในลักษณะนักบุญคนบาป โดยออกอุบายทำทีติดต่อวัดเพื่อขอจัดสร้างวัตถุมงคลให้พระเกจิดังในวัดทางภาคอีสาน จากนั้นก็จะนำเงินจากเว็บพนันจำนวน 20 ล้านบาท ไปจัดสร้างวัตถุมงคล จากนั้นก็จะนำวัตถุมงคลไปจำหน่ายผ่านศูนย์จองพระและเครือข่าย เมื่อได้เงินมาแล้ว ก็จะหักค่าใช้จ่ายแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้วัด และนำเข้ากระเป๋าตัวเองในลักษณะฟอกเงินบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังพบวิธีการที่กลุ่มเครือข่ายนี้ใช้ฟอกเงิน คือจะเดินสายทำบุญอย่างใหญ่โต ขอจัดเป็นเจ้าภาพระดมทำบุญทอดกฐิน และการประมูลวัตถุมงคลของเกจิดังของวัดดังกล่าว โดยการประมูลนั้นจะมีการนำวัตถุมงคลที่ระลึกกฐิน ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นเหรียญเสมา เนื้อทองคำฝังเพชร ตอกโค้ด 999 มาทำการประมูลและปั่นราคา ก่อนที่กลุ่มผู้ต้องหาจะนำเงินจากเว็บพนันไปประมูล ก่อนชนะการประมูลวัตถุมงคลดังกล่าวในราคา 2.4 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า นายปฐมพงศ์ หรือ สจ.เปียว ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. เป็นเงิน 82 ล้าน ในจำนวนนี้มีการแจงทรัพย์สินเป็นเหรียญของเกจิดังในวัดดังกล่าวถึง 42 ล้านบาท ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. นั้นเป็นการแจ้งเท็จหรือไม่ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่ามูลค่าของวัตถุมงคลดังกล่าวนั้นมีราคาสูงกว่าความเป็นจริง.