วันที่ 8 ก.พ. “สรเทพ โรจน์พจนารัช” ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย ได้ออกไปใช้สิทธิเช้านี้เป็นที่เรียบร้อยและได้กล่าวว่าที่ผ่านมา 10 กว่าปีตนได้ต่อสู้เรียกร้องเรื่องต่างๆมากมายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมโฮสเทลที่พักขนาดเล็ก

รวมถึงการท่องเที่ยว มาโดยตลอด และการตัดสินใจเลือกในครั้งนี้ของตนมาจากการเลือกดูนโยบายของแต่ละพรรคที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจร้านอาหาร เกษตรกร และการท่องเที่ยวเป็นหลัก

อย่างไรก็ดีหลังจากผลเลือกตั้งประกาศออกมาในวันพรุ่งนี้ (9 ก.พ.) ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดที่เป็นแกนนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม ตนหวังว่าจะรีบมีการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดไม่เกิน 1 เดือน เพราะประเทศไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจเปราะบางมามากกว่า 3 ปี

และเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่มีการขยับเขยื้อนในด้านของจีดีพี หรือรายได้ของประชาชนทั้งประเทศมาอย่างยาวนานแถมหนี้ครัวเรือนยังโตขึ้นไม่หยุด และที่สำคัญหากยืดเยื้อเกิน 1 เดือนจะมีผลต่อ การลงทุนจากต่างประเทศเพราะจะขาดความเชื่อมั่น จากนักลงทุนต่างประเทศอีกด้วย

สุดท้ายตนอยากฝากให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาดูแลประเทศไทยให้เร่งออกนโยบายในการหาเงินเข้าประเทศแล้วเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่จากการแค่หยอดน้ำมันเครื่องใส่เครื่องจักรตัวเดิม ที่ชำรุดเสียหายให้หมุนไปได้

แต่ให้ใช้วิธีเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่วางระบบใหม่ให้สามารถเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เค้าปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มา 2 ปีแล้ว

นอกจากการเร่งหารายได้เข้าประเทศแล้ว อยากให้รัฐบาลใหม่กล้าตัดสินใจในการลดรายจ่ายงบประมาณประจำปีของประเทศไทยที่มีมากกว่า 60% โดยปรับโครงสร้างระบบราชการ และใส่ใจในการดูแลภาคธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีความแข็งแรงเติบโตมากขึ้น เพราะตนพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแรงคือประเทศที่มีฐานธุรกิจเอสเอ็มอีที่แข็งแรง