สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ว่าสื่อมวลชนของญี่ปุ่นเผยแพร่เอ็กซิตโพล ของการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ คาดการณ์ว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ จะกวาดไปได้ 274-328 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร


ทั้งนี้ หากรวมกับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (เจไอพี) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน เท่ากับว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาประมาณ 366 ที่นั่ง และจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ที่พรรคร่วมรัฐบาลครองเสียงข้างมากแบบขั้นเด็ดขาดเกิน 2 ใน 3


แม้การชนะศึกเลือกตั้งของพรรคแอลดีพีและพรรคเจไอพีไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย แต่ชาวญี่ปุ่นยังกังวลเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม รัฐบาลทาคาอิจิเพิ่งประกาศอัดฉีดงบประมาณ 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.25 ล้านล้านบาท) และสัญญาจะระงับภาษีบริโภคสำหรับอาหารเป็นเวลา 2 ปี


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า นโยบายดังกล่าวอาจซ้ำเติมปัญหาหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นที่สูงกว่าขนาดเศรษฐกิจถึง 2 เท่า จนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งทุบสถิติและทำตลาดเงินทั่วโลกหวั่นวิตก


นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น โดยทาคาอิจิถือเป็น “นักการเมืองสายเหยี่ยว” การที่เธอเคยเปรยว่าญี่ปุ่นอาจแทรกแซงทางทหาร หากจีนใช้กำลังกับไต้หวัน และยืนยันว่า เป็นการดำเนินการเพื่อความอยู่รอด สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลปักกิ่งอย่างมาก ซึ่งมีการออกมาตรการตอบโต้เพื่อกดดันญี่ปุ่น ทั้งในทางการเศรษฐกิจและสังคม.

เครดิตภาพ : AFP