สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า แบบฝึกหัดฝึกสมองที่มีราคาถูกและเรียบง่ายนี้ ช่วยลดอัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมลงได้ถึง 1 ใน 4
นางมาริลีน อัลเบิร์ต ผู้ร่วมเขียนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ระบุว่า การค้นพบนี้ช่วยเสนอแนวคิดว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม
แม้จะมีเกมและแอปฝึกสมองจำนวนมาก ที่อ้างว่าามารถต่อต้านการเสื่อมถอยของความรู้ความเข้าใจได้ แต่ก็มีการวิจัยคุณภาพสูงในระยะยาวน้อยมาก ที่พิสูจน์ประสิทธิภาพของพวกมัน
A type of cognitive training that tests people's quick recall seems to reduce the risk of dementia, including Alzheimer's disease https://t.co/j9k4HrHJ1s
— New Scientist (@newscientist) February 9, 2026
อย่างไรก็ดี ทีมนักวิจัยจากสหรัฐเตือนว่า การศึกษาของพวกเขา ซึ่งพบว่ามีเพียงการฝึกฝนประเภทเดียวเท่านั้นที่เกิดความแตกต่าง ไม่ได้เป็นข้อสรุปว่าเกมฝึกสมองทุกเกมจะมีประสิทธิภาพ
ในการทดลอง “ACTIVE” ที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1990 ผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,800 คนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปถูกสุ่มให้เข้ารับการฝึกสมอง 3 ประเภทที่แตกต่างกัน ได้แก่ การฝึกความเร็ว การฝึกความจำ หรือการฝึกการให้เหตุผล
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมต้องทำการฝึกเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ และการทดสอบแบบกระตุ้นในอีก 1 และ 3 ปีต่อมาอีก 4 ครั้ง ซึ่งรวมแล้วมีการฝึกน้อยกว่า 24 ชั่วโมง
อัลเบิร์ตกล่าวว่า ในระหว่างการติดตามผลหลังจาก 5, 10 และ 20 ปี การฝึกความเร็วมีประโยชน์มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยบันทึกของเมดิแคร์แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ได้รับการฝึกความเร็วและการฝึกเสริม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมลดลง 25% อย่างไรก็ตาม การฝึกอีก 2 ประเภท ไม่ได้สร้างความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิจัยสันนิษฐานว่า การฝึกนี้ส่งผลต่อการเชื่อมต่อในสมองบางอย่าง ขณะที่ความแตกต่างที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การฝึกปรับให้เข้ากับความสามารถของแต่ละบุคคล ดังนั้นจึงมีความง่ายขึ้น หรือยากขึ้นตามความจำเป็น
ทั้งนี้ทั้งนั้น การค้นพบที่ออกมามีความสำคัญอย่างยิ่ง และอาจช่วยให้นักวิจัยพัฒนาแบบฝึกหัดใหม่ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



