สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า นายโยชิฮิโกะ โนดะ และนายเท็ตสึโอะ ไซโตะ แถลงข่าวร่วมกัน เพื่อประกาศการลาออกจากการเป็นผู้นำของพันธมิตรสายกลาง หรือชูโด ซึ่งเป็นการรวมตัวของพรรคฝ่ายค้านสองพรรค คือพรรคประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น (ซีดีพี) ของโนดะ กับพรรคโคเมโตะ ของไซโตะ
ทั้งนี้ โนดะและไซโตะ ต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อการที่ฝ่ายค้านทำผลงานได้อย่างเลวร้าย ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเพียง 49 ที่นั่ง จาก 465 ที่นั่ง ลดลงมากถึง 123 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2567
ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ยืนยันว่า จะมีการเลือกผู้นำคนใหม่ให้เสร็จสิ้น ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยพิเศษในวันที่ 18 ก.พ. นี้ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าที่ประชุมสภาจะลงมติเลือก นางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย หลังพรรคแอลดีพีและพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (เจไอพี) ร่วมกันครองเสียงข้างมากเกินกว่า 2 ใน 3
After a crushing debut defeat, Japan’s Centrist Reform Alliance faces a long road back to relevance — starting with a change in leadership. ???? https://t.co/sk5wJhWbbE pic.twitter.com/xuYijfW6A5
— The Japan Times (@japantimes) February 9, 2026
ด้านนักวิเคราะห์การเมืองของญี่ปุ่นมองว่า ฝ่ายค้านวางกลยุทธ์ในการส่งผู้สมัคร “ผิดพลาดอย่างมหันต์” จากการใช้วิธีส่งผู้สมัครจากพรรคโคเมโตไว้ในลำดับต้น ๆ ของบัญชีรายชื่อ ส่งผลให้สมาชิกจากพรรคซีดีพี ต้องไปต่อสู้ในศึกเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ผลที่ออกมาปรากฏว่า ผู้สมัครจากอดีตพรรคโคเมโต ได้รับเลือกตั้ง 28 คน แต่ผู้สมัครจากอดีตพรรคซีดีพี กลับรักษาที่นั่งเขตไว้ได้เพียง 7 ที่นั่งเท่านั้น
ขณะที่โนดะกล่าวด้วยว่า การให้พรรคการเมืองมีผู้นำร่วม อาจเป็น “แนวคิดที่ล้าสมัยไปแล้ว” ส่วนไซโตะกล่าวเสริมว่า เป็นการบ้านที่ฝ่ายค้านต้องทบทวนอย่างหนัก ว่าควรทำอย่างไรให้พรรคชูโด “แข็งแกร่งมากกว่า” การเป็นเพียงการนำสองพรรคมารวมกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



