สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่ายูทูบ ภายใต้กูเกิล และเมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก เป็นจำเลยร่วมในการพิจารณาคดีครั้งสำคัญ ที่ศาลนครลอสแอนเจลิส ซึ่งอาจสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายว่า ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อสังคมออนไลน์ จงใจออกแบบแพลตฟอร์มของตนให้เด็กเสพติดหรือไม่
นายลูอิส หลี่ ทนายความของยูทูบ กล่าวต่อคณะลูกขุน 12 คน ระหว่างการแถลงเปิดคดี ว่า นี่ไม่ใช่การเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากยูทูบ “ไม่ใช่สื่อสังคมออนไลน์” และ “ไม่อาจทำให้เสพติดได้” แต่ไม่มีการขยายความ
???????????? A landmark trial involving internet giants #Meta and #Youtube began Monday in a Los Angeles civil court.
— FRANCE 24 English (@France24_en) February 10, 2026
The plaintiff's lawyer said the #socialmedia giants “engineered addiction” among their young users.
Watch to learn more ⤵️ pic.twitter.com/Kp7IXU2Ly0
การพิจารณาคดีแพ่งที่ศาลแห่งนี้ มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า น.ส.คาลีย์ จี.เอ็ม. หญิงสาวอายุ 20 ปี ได้รับความเสียหายทางจิตใจอย่างรุนแรง หลังเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่ยังเด็ก เธอเริ่มใช้ยูทูบเมื่ออายุ 6 ขวบ และสมัครใช้อินสตาแกรมเมื่ออายุ 11 ขวบ ก่อนเปลี่ยนไปใช้สแนปแชตและติ๊กต็อกเป็นหลัก ในอีก 2 หรือ 3 ปีต่อมา
หลี่กล่าวว่า โจทก์ไม่ได้ติดยูทูบจากทั้งคำกล่าวอ้างของเธอ แพทย์ และบิดาของเธอ นอกจากนั้น เขายังไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายเกี่ยวกับยูทูบของฝ่ายตรงข้าม โดยพยายามชี้ให้เห็น “ความแตกต่าง” ระหว่างยูทูบ กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น เช่น อินสตาแกรม และติ๊กต็อก
ขณะเดียวกัน หลี่โต้แย้งว่า ผู้ใช้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือเพื่อสร้างชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่อติดอยู่กับการเลื่อนดูแบบไม่สิ้นสุด พร้อมเสริมว่า คุณภาพของเนื้อหาทำให้ผู้ใช้กลับมาใช้ซ้ำ อ้างถึงอีเมลภายในบริษัทที่แสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารปฏิเสธการแสวงหากระแสไวรัลบนอินเทอร์เน็ต และหันมาให้ความสำคัญกับเนื้อหาเพื่อการศึกษา และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



