เมื่อวันที่ 11 ก.พ. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษ(ด่วน) เชื่อมเกาะสมุย เพื่อนำความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ไปพิจารณาปรับปรุงรายงานผลการศึกษาฯ ให้มีความเหมาะสม และครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และจะจัดอีก 2 ครั้ง โดยวันที่ 12 ก.พ.2569 จัดขึ้นที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และวันที่ 13 ก.พ.2569 จัดขึ้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

น.ส.ณัฐฐา กาสี รองผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า หลังจากนี้ กทพ. จะจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) คาดว่าการศึกษาฯ จะแล้วเสร็จเดือน มี.ค.2569 จากนั้นจะหารือหน่วยงานสาธารณูปโภค พร้อมจัดทำข้อมูลต่างๆ เพื่อขออนุมัติโครงการฯ คาดว่าเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในปี 2570 โดยในปี 2571 จะดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เปิดประมูลแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP) และเริ่มก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้าง รวมทั้งติดตั้งงานระบบต่างๆ ประมาณ 5 ปี จะแล้วเสร็จ และเปิดบริการปี 2576 ช่วยเพิ่มทางเลือกใหม่ในการเดินทาง เข้าออกเกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง(ชม.) สะดวก รวดเร็ว ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 30-45 นาที จากเดิมใช้เรือเฟอร์รี่ใช้เวลา 1.30-2 ชม.

ทีมที่ปรึกษาโครงการฯ ให้ข้อมูลว่า ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย มีระยะทาง 37.41 กิโลเมตร(กม.) แนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้น กม.0+000 เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข(ทล.) 4142 ในพื้นที่ ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สิ้นสุดที่ กม.37+410 เชื่อมกับ ทล. 4170 ในพื้นที่ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีทางเข้า-ออก 3 จุด ได้แก่ 1.ทางแยก อ.ดอนสัก กม.0+000 เชื่อมต่อ ทล.4142, 2.ทางแยก อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช กม.7+400 เชื่อมต่อ ทล.4142 และ 3.ทางแยก อ.เกาะสมุย กม.37+410 เชื่อมต่อ ทล.4170 มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 1 แห่ง และที่พักริมทาง 1 แห่ง อยู่บริเวณเดียวกัน กม.8+500 อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ทั้งขาเข้า และขาออก มีทั้งช่องเก็บเงินสด และแบบอิเล็กทรอนิกส์(ETC)

รูปแบบโครงการเป็นทางด่วน 4 ช่องจราจร เป็นถนนระดับดิน ระยะทางประมาณ 15 กม. และเป็นโครงสร้างสะพานข้ามทะเล ระยะทางประมาณ 22 กม. มี 3 รูปแบบ สะพานขึง ช่วงลอดใต้สะพานสูง 50 เมตร ให้เรือรบหลวงแล่นผ่านได้, สะพานคานขึง ข้ามพื้นที่แนวปะการัง และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่อง ช่วงลอดใต้สะพาน 15 เมตร ซึ่งจะมีระบบสาธารณูปโภคเกาะไปกับโครงสร้างสะพานด้วย ทั้งนี้โครงการฯ มีวงเงินลงทุนรวม 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ได้รับผลกระทบ 277 แปลง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 45 หลัง ค่าก่อสร้าง 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท

สำหรับอัตราค่าผ่านทาง เป็นอัตราเดียวตลอดเส้นทาง ปีเปิดให้บริการ รถ 4 ล้อ 1,000 บาทต่อคัน, รถ 6-10 ล้อ 2,000 บาทต่อคัน และรถมากกว่า 10 ล้อ 3,000 บาทต่อคัน ปรับอัตราค่าผ่านทางทุกๆ 5 ปี คาดว่าปีเปิดให้บริการ จะมีปริมาณจราจร 3,049 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 3.25 ล้านบาทต่อวัน และปริมาณจราจรในปีที่ 30 จำนวน 10,339 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 14.11 ล้านบาทต่อวัน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอด 30 ปี ประมาณ 80,108 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการเปิดอภิปราย และรับฟังความคิดเห็น มีผู้เข้าร่วมหลายรายต้องการให้ กทพ. เปิดให้รถมอเตอร์ไซค์ใช้ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุยได้ด้วย ซึ่งที่ปรึกษาชี้แจงว่า ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาแล้ว จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ปริมาณจราจรของรถมอเตอร์ไซค์ มีไม่ถึง 5% ของปริมาณจราจรทั้งหมด อีกทั้งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย บางช่วงสะพานสูงถึง 50 เมตรจากระดับน้ำทะเล หรือประมาณตึก 20 ชั้น และความเร็วแรงลมค่อนข้างสูง เสี่ยงเกิดอันตรายสูงมาก อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจมีธุรกิจใหม่ ในการให้บริการนำรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นรถบรรทุกก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องค่าผ่านทางแพงเกินไปหรือไม่ ที่ปรึกษาชี้แจงว่า ได้สำรวจข้อมูลจากผู้ที่เดินทางจริงแล้ว พบว่า มีความเต็มใจจ่ายที่ประมาณ 1,000-1,200 บาทต่อคัน และเมื่อเปรียบเทียบการเดินทางเรือเฟอร์รี่ ค่าใช้จ่ายรถยนต์ 1 คัน (คนขับ และผู้โดยสาร 1 คน) 720 บาท โดยผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คิดอัตรา 170 บาทต่อคน ดังนั้นการเดินทางด้วยสะพาน โดยนั่งมาในรถหลายคนจะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า และช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางได้มากกว่าด้วย.