กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่คนไทยตั้งแต่รุ่นใหญ่ยันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ เมื่อ “บาร์โค้ด” (Barcode) และ “คิวอาร์โค้ด” (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งปี 69 ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่เพียงรหัสเพื่อความปลอดภัยธรรมดา แต่อาจเป็น “รหัสแกะรอย” ที่ระบุตัวตนคนกาบัตรได้!

บัตรจริงไม่เหมือนบัตรตัวอย่าง?

กระแสเริ่มโหมกระพือจากการนับคะแนนในเขต 1 จังหวัดชลบุรี และขยายวงกว้าง เมื่อชาวเน็ตนำภาพบัตรเลือกตั้งจริงมาเทียบกับ “บัตรตัวอย่าง” ที่ กกต. เคยเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็น “บัตรตัวอย่างไม่มีบาร์โค้ด แต่บัตรจริงกลับมีรหัสปรากฏอยู่” โดยมีการพบว่ารหัสบนบัตรแต่ละใบในหน่วยเดียวกัน “ไม่ซ้ำกัน” และมีการ “เรียงลำดับ” อย่างต่อเนื่อง

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถาม คือการพบว่าบัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง) ไม่มีรหัสแบบเดียวกัน ทั้งที่ กกต. อ้างว่าเป็นระบบความปลอดภัยในการขนส่งเหมือนกัน?

สูตรคำนวณที่ทำให้ “ความลับ” หายไป

นักวิชาการไอทีชื่อดังอย่าง “นายอาร์ม” และผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ ได้ออกมาวิเคราะห์กลไกที่น่ากังวล โดยชี้ให้เห็นการเชื่อมโยงข้อมูล 3 ส่วนที่อาจนำไปสู่การระบุตัวตน
1.บัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ด 8 หลักที่เป็นเลขรหัสเฉพาะ
2.ต้นขั้วบัตร มีรหัสที่สัมพันธ์กับบัตร และระบุ “เล่มที่/เลขที่”
3.บัญชีรายชื่อ (สส.1/3) มีลายเซ็นเรา และระบุว่าเราได้รับบัตร “เล่มไหน เลขที่เท่าไหร่”

มีการเปิดเผยว่าหากทราบรหัสบาร์โค้ด จะสามารถหา “เล่ม” ได้ ซึ่งหมายความว่า หากใครเข้าถึงทั้งหีบบัตรและต้นขั้วได้ ความลับว่า “ใครเลือกใคร” จะถูกเปิดเผยทันที
-‘นายอาร์ม’ ตั้งข้อสังเกตบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ

กกต. แจง “เพื่อความปลอดภัย ไม่ได้มีไว้เช็กชื่อ”

ด้าน กกต. โดย รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันหนักแน่นว่ารหัสดังกล่าวมีไว้เพื่อควบคุมการพิมพ์และการกระจายบัตร ป้องกันบัตรปลอมและบัตรสอด และยืนยันว่า ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างตัวบุคคลกับรหัสบนบัตรในทางปฏิบัติ ลายเซ็นอยู่ส่วนหนึ่ง รหัสอยู่ส่วนหนึ่ง ไม่มีการนำมาจับคู่กัน

เสี่ยง “เลือกตั้งโมฆะ” หรือไม่?

นี่คือจุดที่น่ากังวลที่สุดในมุมมองของนักกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ระบุชัดเจนว่า “การเลือกตั้งต้องเป็นความลับ”
-บรรทัดฐานปี 2549
ศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพียงเพราะ “คูหาหันหน้าออก” ทำให้ความลับอาจถูกละเมิดได้
-ความเห็นนักวิชาการ
ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าหากระบบเปิดช่องให้รู้ว่าใครเลือกใคร จะถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรงและขัดรัฐธรรมนูญ 100%

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

ปัจจุบันหลายฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหว ทั้งพรรคประชาชนที่ท้าให้ กกต. สแกนบัตรโชว์สื่อ และพรรคเพื่อไทยที่เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน จนทำให้สังคมต่างตั้งตารอคอยคำตอบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น

1.กกต. จะพิสูจน์ “เชิงประจักษ์” ได้อย่างไรว่าไม่มีใครสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริง?
2.ทำไมต้องใช้รหัสแบบเรียงลำดับ (Unique) แทนที่จะเป็นรหัสเดียวกันทั้งล็อตเพื่อความปลอดภัย?

เพราะที่สำคัญที่สุดและหัวใจของการเลือกตั้ง คือ “ความเชื่อมั่น” หาก กกต. ยังไม่สามารถชี้แจงให้สิ้นสงสัยได้ การเลือกตั้งปี 2569 นี้อาจกลายเป็นโมฆะ และนำไปสู่ปัญหาความชอบธรรมของรัฐบาลครั้งใหญ่ของประเทศ..

ขอบคุณภาพจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว