จากกรณีเพจดังแฉ ครูไพบูลย์ แสงเดือน เจ้าของค่ายเพลง “จ้วดจ้าด สตูดิโอ” อดีตสามี เอ๋ มิรา เน็ตไอดอล และ กระต่าย พรรณนิภา นักร้องสาวแนวอินดี้ชื่อดัง ได้ทำร้ายแฟนสาวคนล่าสุดเลือดออกปาก หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงกับแฟนสาวภายในที่พัก หลังเกิดปากเสียงกันอย่างหนัก โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า เหตุการณ์เริ่มจากฝ่ายชายมีอาการมึนเมา และต้องการออกไปข้างนอกในช่วงดึก แต่ฝ่ายหญิงพยายามห้ามปราม ทำให้ฝ่ายชายไม่พอใจอย่างรุนแรง ก่อนบานปลายเป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกาย

ทั้งนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะช่วงที่ฝ่ายชายดื่มสุรา มักคุมสติไม่อยู่ และเคยมีเหตุทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงในลักษณะคล้ายกัน แต่เรื่องเงียบไป กระทั่งครั้งนี้ฝ่ายหญิงทนไม่ไหว ตัดสินใจแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาอดทนมานาน และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก

หลังจากที่เพจ “โรสเมจิกสกิน” โพสต์ออกไป “ครูไพบูลย์” รีบแชร์พร้อมชี้แจงว่า
“รอฟังผมก่อนนะครับทุกคน ใช่ครับ ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ผมเลิกกับเขาไปหลายครั้ง เพราะเขามีอารมณ์รุนแรง โวยวาย คลุ้มคลั่ง ทำร้ายตัวเอง และคนรอบข้าง ดูในคลิปได้เลย ผมพยายามคุมตัวเขา และล็อกเขาไว้ก่อนให้คนมาช่วยจับ แล้วผมก็ออกไป เพราะเขาขู่จะฆ่าผม ผมพร้อมตอบคำถามทุกสื่อ ทุกรายการครับ”
CR เพจ: โรสเมจิกสกิน

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ซึ่งพาวงดนตรีในค่ายมาทำการแสดงในค่ำคืนนี้ ที่ร้านตะวันแดง สาดแสงเดือน เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยเที่ยงคืนครูไพบูลย์จะขึ้นไปแจม

โดยครูไพบูลย์เล่าว่า ไม่ได้ทำร้าย แต่ได้จับแฟนสาวไว้ เพราะฝ่ายหญิงมีอาการคลุ้มคลั่ง ส่วนภาพที่ฝ่ายหญิงตาช้ำนั้น ตนไม่ได้ตีแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร อาจเกิดจากแรงรัดฟัดเหวี่ยงขณะจับ เพราะฝ่ายหญิงดิ้น วันเกิดเหตุไม่มีร่องรอยหรือบาดแผล แต่ฝ่ายหญิงเข้าห้องน้ำนาน วันนั้นตนไม่ได้ตี อยู่ด้วยกันมาปีกว่า ทะเลาะเลิกกันมาประมาณ 10 ครั้งแล้ว และระบุว่า ฝ่ายหญิงเมาแล้วชอบใช้ความรุนแรงถึงขั้นขู่ฆ่า รุนแรงถึงขั้นขโมยปืนของตนออกมาขู่ โชคดีที่ฝ่ายหญิงใช้ปืนไม่เป็น จึงต้องนำปืนไปใส่ตู้เซฟ

ทั้งนี้ครูไพบูลย์ยังกล่าวว่า แฟนสาวอ้างว่าป่วยแพนิค ต้องกินยา แต่ตนบอกให้เลิกกินยา

ครูไพบูลย์กล่าวอีกว่า “ส่วนกรณีที่บอกว่าดื่มสุราแล้วตนควบคุมตัวเองไม่ได้นั้น อันนี้ต้องเป็นเขา ไม่ใช่ตนแน่นอน ผมเป็นคนดื่มที่อยู่กับสังคม ไม่เคยมีปัญหากับใคร ผมเมาแล้วมีแต่สนุก แต่ถ้าไม่เมาผมก็ปกติ ผมค่อนข้างเซฟตัวเองในเรื่องนี้มาก เพราะมันพลาดไม่ได้เพราะต้องขับรถด้วย”

พร้อมเล่าถึงสาเหตุที่ทะเลาะกันว่า วันเกิดเหตุฝ่ายหญิงขึ้นไปบ้านตน และเริ่มมีอารมณ์ร้อน มีคลิปที่ฝ่ายหญิงพยายามจะเข้าห้องของตน แต่เข้าไม่ได้ และกล่าวหาว่าตนล็อกห้อง ทั้งที่ปกติตนปิดธรรมดา ไม่ได้ล็อกอะไรอยู่แล้ว คล้ายฝ่ายหญิงสแกนแล้วไม่ติด ก่อนจะใช้กุญแจเปิดเข้ามาได้ เมื่อเข้ามาได้ก็ถามว่าล็อกห้องทำไม จากนั้นฝ่ายหญิงเริ่มหงุดหงิด ถือโทรศัพท์เดินไปมา ตนไม่อยากปะทะ จึงบอกให้แยกห้องกันนอน

ครูไพบูลย์เล่าต่อว่า ตนกับแฟนสาวเดี๋ยวเลิกเดี๋ยวกลับมา เพราะตนไม่ใช้ความรุนแรง และทั้งสองต่างโตแล้ว ผ่านการใช้ชีวิต เคยมีครอบครัวและมีลูกมาแล้ว ย้ำว่า ก่อนคบกันมีข้อตกลงคือ ห้ามทะเลาะกัน ห้ามใช้ความรุนแรง

ส่วนประเด็นที่มีการพาดพิงถึงแฟนเก่าที่ผ่านมาเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย ครูไพบูลย์ยืนยันว่าไม่มี และขออย่าพาดพิงถึงบุคคลอื่น เช่น “น้องคนนั้น น้องคนนี้” เพราะเป็นคนละเรื่อง คนละช่วงเวลา บางอย่างเป็นเฟคนิวส์ หรือข่าวที่ถูกโยงผิด พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องของตน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น

ท้ายที่สุดครูไพบูลย์ฝากถึงแฟนสาวว่า “มันเกิดขึ้นแล้วก็ช่วยกันแก้ไข พี่ไม่ได้โกรธ ทุกครั้งที่เกิดปัญหาเราให้อภัยกันตลอด และทุกครั้งก็กลับมา แต่ครั้งนี้มันหนักมาก มันคงต้องใช้เวลา เพราะมันกระทบทั้งสองคน ไม่พอยังกระทบครอบครัวและสังคมด้วย เราต้องช่วยกันแก้ปัญหา จะหยุดหรือไปต่อ ถ้าน้องจะไปต่อ เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกัน ก็ต้องมาโต้เถียงและโต้แย้ง ถ้าน้องแจ้งความ ตำรวจออกหมายเรียกพี่ก็ต้องไปให้ปากคำ หรือถ้าน้องจ้างทนายขึ้นศาล เราก็ต้องไปสู้กันในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ถ้าน้องอยากให้มันจบ นี่เป็นเรื่องของเราสองคน อยากจบก็อยู่ที่น้อง ที่จะออกมาอธิบายและเล่าเรื่องราวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ความเข้าใจผิดเกิดจากอะไร แล้วทะเลาะกันเรื่องอะไร แค่นั้นแหละครับ”

ทั้งนี้ครูไพบูลย์ได้มอบคลิปภาพวงจรปิดภายในบ้านในวันที่เกิดเหตุให้ 3 คลิป เป็นคลิปเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 13 ก.พ. 69 โดยคลิปแรกเป็นภาพฝ่ายหญิงพยายามเปิดห้องนอนครูไพบูลย์ที่อยู่ชั้นบนเข้าไป โดยใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ คลิปที่สองเมื่อฝ่ายหญิงเข้าไปได้แล้วจะมีเพียงเสียงโต้เถียงกัน และมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาห้าม ส่วนคลิปสุดท้ายเป็นภาพครูไพบูลย์นั่งคร่อมฝ่ายหญิง ใช้เข่ากดแขนไว้ ขณะที่ฝ่ายหญิงร้องเอะอะโวยวาย ก่อนมีผู้หญิงและผู้ชายคาดว่าเป็นคนในบ้าน 2 คน เข้ามาช่วยลากฝ่ายหญิงออกจากห้องนอน แต่ฝ่ายหญิงยังคงร้องโวยวาย ก่อนคลิปตัดไป