เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำให้การต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตา แลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้เอ็มโอยูระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทสิงคโปร์แห่งหนึ่ง ว่า ตนไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดหรือคำให้การที่ตนได้ให้กับดีเอสไอ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งดีเอสไอ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ขอยืนยันว่า ในคำให้การไม่มีการพูดในเรื่องที่ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดเอ็มโอยูที่ปรากฏเป็นข่าว และอาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หรือมีการพยายามสร้างความเข้าใจว่า ในเอ็มโอยูเกี่ยวข้องกับการสแกนม่านตาเพื่อนำไปแลกกับเงินดิจิทัลนั้น ตนขอยืนยันว่า ในเอ็มโอยูไม่มีรายละเอียดเรื่องสแกนม่านตา แต่ในเอ็มโอยูเป็นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่ตนเห็นถึงการพยายามที่จะผูกให้มีการเชื่อมโยงเรื่องสแกนม่านตาเข้ามา ส่วนการนำเอกสารที่เป็นความลับของราชการออกมาเปิดเผย และไม่รู้ว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอมนั้น ตนมองว่า เป็นเรื่องทางการเมือง เป็นการปล่อยของทางการเมือง ตนไม่ทราบว่า วัตถุประสงค์ต้องการอะไร แต่ในเมื่อมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องออกมาชี้แจง 

เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาอยู่ในช่วงที่พรรคแกนนำกำลังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหลายคนจับตาอยู่ว่าจะมีพรรคเขียว พรรคแดงเข้ามาร่วมกัน มองเรื่องนี้อย่างไร นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องนี้มีประเด็นมาตลอดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง หลังจากการเลือกตั้ง มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีก ตนมองว่า เรื่องนี้มีการทำเป็นระบบที่จะทำให้เกิดเป็นเรื่องการเมือง 

เมื่อถามว่า หลังจากมีกระแสข่าวออกมา ได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส แล้วหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนบาดหมางใจกันได้ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่ยืนยันว่า คำให้การของตนต่อดีเอสไอ ไม่ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด 

เมื่อถามย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้เป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับกลุ่มทุนสิงคโปร์จริงหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนขอไม่ลงรายละเอียด แต่ยืนยันไปตามรายละเอียดที่ให้การกับดีเอสไอไปแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ และตนไปให้การในฐานะพยาน และรายละเอียดในเอ็มโอยูนั้นก็ได้รับการแนะนำ ชี้แนะจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งกระทรวงดีอีในเวลานั้น ได้เซ็นเอ็มโอยูกับหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน