สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่าสำนักงานตำรวจเธมส์ แวลลีย์ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการจับกุม “ชายอายุประมาณ 60 ปีกว่า” คนหนึ่ง จากมณฑลนอร์ฟอล์ก ในข้อหาต้องสงสัยว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในตำแหน่งสาธารณะ และกำลังดำเนินการตรวจค้นสถานที่สองแห่ง ในมณฑลบาร์กเชอร์และนอร์ฟอล์ก


ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่า จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว และเตือนสื่อมวลชนในสหราชอาณาจักร ให้ระมัดระวังการเผยแพร่รายงานในรูปแบบใดก็ตาม ที่อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดอำนาจศาล


อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นทุกแห่งของสหราชอาณาจักรรายงานไปในทางเดียวกัน ว่าผู้ที่ถูกจับกุมคือ นายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระราชอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร

อนึ่ง วันที่มีการจับกุม ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ พอดี ซึ่งปีนี้มีอายุครบรอบ 66 ปี


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของตำรวจเกิดขึ้น หลังสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหราชอาณาจักรนำเสนอเอกสารส่วนหนึ่งจากทั้งหมดราว 3.5 ล้านหน้า ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ ว่าย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. 2553 นายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ซึ่งในเวลานั้นทรงมีฐานันดร เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับ เวียดนาม ฮ่องกง เมืองเซินเจิ้นของจีน และสิงคโปร์ ให้กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีและอาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับชาวอเมริกัน


การดำเนินการนั้นเกิดขึ้น ขณะที่เจ้าชายแอนดรูว์ทรงดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษทางการค้าของสหราชอาณาจักร โดยอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวยาวนาน 1 ทศวรรษตั้งแต่ปี 2544


ทั้งนี้ ระเบียบปฏิบัติอย่างเป็นทางการระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทูตการค้ามีหน้าที่ต้องรักษาความลับเกี่ยวกับข้อมูลที่อ่อนไหว ข้อมูลเชิงพาณิชย์ หรือข้อมูลทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเยือนอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่.

เครดิตภาพ : REUTERS