ภายหลังจากข่าวการทยอยปิดตัวของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่ง ทำให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อประชาชน  โดยเฉพาะความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ส่งเงินสะสมมานานหลายปี  วันนี้ทีมข่าวเศรษฐกิจ เดลินิวส์ จะพาไปทำความรู้จักถึงเงินเงินฌาปนกิจ ว่าคืออะไร และมีประโยชน์แค่ไหน

เงินฌาปนกิจ ไม่ใช่ “เงินออม”  

ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ “เงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินออม” และไม่ใช่การประกันชีวิต

ตามกฎหมายพ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 นิยามไว้คือ “การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” โดยสมาชิกตกลงร่วมกันว่า หากใครคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือจะช่วยกัน “ลงขัน” จ่ายเงินเพื่อเป็นค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของผู้ตาย

  • ได้รับผลประโยชน์ จะได้รับเมื่อสมาชิกเสียชีวิตเท่านั้น โดยจ่ายให้แก่ “ผู้รับผลประโยชน์” ที่ระบุไว้
  • หากยังมีชีวิตอยู่ จะ ไม่มีสิทธิเรียกคืนเงิน ที่เคยจ่ายไปแล้วได้เลย เพราะเงินนั้นถูกนำไปช่วยงานศพสมาชิกรายอื่นๆ ที่เสียชีวิตก่อนหน้านี้หมดแล้ว  หรือจะมีโอกาสได้คืนเพียงกรณีเดียวคือ “เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า” ที่ยังเหลืออยู่ ณ วันที่สมาคมปิดกิจการเท่านั้น

สาเหตุที่สมาคมฌาปนกิจหลายแห่งต้อง “ปิดกิจการ”?

การที่สมาคมต้องเลิกกิจการ มาจาก 3 ปัจจัยหลัก:

  1. โครงสร้างสมาชิกล้มเหลว  เมื่อสมาคมมีแต่คนชราและไม่มีสมาชิกใหม่ที่เป็นคนรุ่นหนุ่มสาวเข้ามาเสริม ทำให้ยอดการเสียชีวิตสูงกว่ายอดเงินที่จัดเก็บได้ จนสมาคม “หมุนเงินไม่ทัน”
  2. การบริหารจัดการที่ผิดพลาด บางแห่งนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือมีระบบบัญชีที่ไม่โปร่งใส ทำให้นายทะเบียนท้องที่ ต้องสั่งให้เลิกตามมาตรา 52 เพื่อป้องกันความเสียหายที่มากกว่าเดิม
  3. มติที่ประชุม เมื่อสมาคมเห็นว่าไปต่อไม่ไหว สมาชิกลดน้อยลงจนเงินที่จ่ายให้ญาติผู้ตายเหลือเพียงเล็กน้อย  เช่น จากเป้า 1 แสนบาท เหลือจ่ายได้จริงแค่หลักหมื่น สมาชิกจึงลงมติให้ เลิกสมาคม”

เมื่อสมาคมปิดกิจการ  เงินและทรัพย์สินที่เหลือไปอยู่ที่ไหน?

กฎหมายกำหนดขั้นตอนไว้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการยักยอกทรัพย์สิน:

  • เข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี: สมาคมต้องแต่งตั้ง “ผู้ชำระบัญชี” เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมด
  • ห้ามแบ่งเงินให้สมาชิก: กฎหมายระบุชัดเจนว่า ห้ามนำทรัพย์สินที่เหลือมาแบ่งกันในหมู่สมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่
  • การโอนทรัพย์สิน: ทรัพย์สินที่เหลือจากการชำระบัญชีต้องโอนไปให้ “สมาคมฌาปนกิจอื่น” ที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน หรือโอนให้องค์กรสาธารณกุศลตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ หากไม่ได้ระบุไว้ ทรัพย์สินเหล่านั้นจะ ตกเป็นของแผ่นดิน

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการลงเงินฌาปนกิจ

  1. ประเมินสถานะสมาคม: เลือกสมัครกับสมาคมที่มีฐานสมาชิกจำนวนมากและมั่นคง เช่น สมาคมฌาปนกิจของรัฐ สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหน่วยงานใหญ่อย่าง ธ.ก.ส. ซึ่งมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งกว่าสมาคมอิสระขนาดเล็ก
  2. เข้าใจวัตถุประสงค์: ต้องมองว่านี่คือการ “ทำบุญ” ช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก ไม่ใช่การลงทุนเพื่อหวังผลกำไรหรือหวังเงินคืนในตอนแก่
  3. กระจายความเสี่ยง: หากต้องการความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว ควรพิจารณาทำประกันชีวิตหรือออมเงินในรูปแบบอื่นควบคู่ไปด้วย เพื่อไม่ให้ความมั่นคงของครอบครัวฝากไว้กับสมาคมเพียงแห่งเดียว
  4. ตรวจสอบความโปร่งใส: ติดตามข่าวสารการประชุมใหญ่ของสมาคม และตรวจสอบว่านายทะเบียนกลาง ยังรับรองสถานะอยู่หรือไม่