เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของฝรั่งเศส ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า ตอนนี้ สิ่งที่ไทยติดตามด้วยความไม่สบายใจ คือการที่ผู้บริหารระดับสูงของกัมพูชาพยายามพูดในเวทีการประชุมต่างๆ ในลักษณะที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา อาทิ การที่กัมพูชาแต่งเรื่องกล่าวหาว่าไทยยึดดินแดน แม้ไทยไม่ต้องการโต้ตอบแบบหมัดต่อหมัด แต่มีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ตอนนี้ไทยมองไปข้างหน้า ทั้งการหยุดยิง เพื่อทำให้ทุกอย่างสงบ สร้างสถานการณ์ให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน แต่หากกัมพูชา ยังใช้วิธีการแบบนี้อยู่ ก็ยากที่ความสัมพันธ์จะเดินหน้าไปได้ เพราะไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
“ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายให้ความร่วมมือ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ก็จะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเดินหน้า แต่ปัจจุบัน ยังคงลำบากอยู่ เพราะเขายังใช้วิธีการเดิมๆ อยู่” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงการหารือกับนาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า ได้หยิบยกถึงกรณีที่การโจมตีปราสาทพระวิหารมาหารือกันด้วย ซึ่งไทยยอมรับว่าเสียใจ ไทยไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความเสียหายขึ้น แต่ความเสียหายนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้ากัมพูชาไม่ใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร และเป็นที่เก็บอาวุธ ซึ่ง ผอ.ยูเนสโก ก็เข้าใจดี และเขาอยากรักษาความเป็นกลาง รวมถึงอยากให้ไทยกับกัมพูชาพูดคุยกัน ซึ่งตรงกับท่าทีของไทย ทั้งนี้ยูเนสโกให้ความสนใจว่าปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ได้รับความเสียหายอย่างไร จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา แล้วจะเข้าไปฟื้นฟู บูรณะอย่างไร โดยยูเนสโกอยู่ระหว่างการพิจารณาส่งคนเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของปราสาทพระวิหารว่ามีมากน้อยแค่ไหน
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการหารือทวิภาคีกับ นาย ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รมว.กิจการยุโรปและการต่างประเทศฝรั่งเศส ตนใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ให้ฝ่ายฝรั่งเศสได้รับทราบด้วย
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาปล่อยข่าวว่าไทยเผาป่าไล่ที่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นี่เป็นวิธีที่กัมพูชามักปล่อยข่าวกล่าวหาให้ไทยเสียภาพลักษณ์ ซึ่งกัมพูชาควรเลิกสร้างแรงกดดันให้ไทย ทั้งที่จริง ทั้ง 2 ประเทศมีช่องทางในการพูดคุยกันอยู่แล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องมากดดันกัน นอกจากนี้ กัมพูชาต้องตระหนักว่าหลายประเทศรู้แล้วว่านี่เป็นการสร้างข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และดูเหมือนว่ากัมพูชาเตรียมไว้แล้วทุกอย่าง ดังนั้น กัมพูชาต้องระวังว่าสิ่งที่ทำอยู่จะส่งผลในทางลบ



