เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 ก.พ. 69 พ.ต.ท.ธานินทร์ กันภัย รอง ผกก.สภ.เมืองนครพนม นำตัว นายสอง อายุ 25 ปี ออกจากห้องควบคุม เพื่อส่งฟ้องฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหากรรโชกทรัพย์ และเสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นจนเป็นเหตุให้เมาประพฤติตนวุ่นวาย โดยมีนายน้อย ผู้เป็นพ่อ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความดำเนินคดี เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก ร.ต.ท.ลือชัย การุณ รอง สวป.สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีชายเมาสุราอาละวาดอยู่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.วังตามัว อ.เมืองนครพนม จึงพร้อมด้วย จ.ส.ต.กฤษณ บาสโส ตำรวจสายตรวจประจำตำบล เดินทางไปตรวจสอบพบ นายสอง ส่งเสียงเอะอะโวยวาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และได้ทำร้ายร่างกายนายน้อย ผู้เป็นพ่อ เจ้าหน้าที่พยายามให้สงบสติอารมณ์ แต่นายสอง แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ในมือถืออาวุธมีดอยู่ตลอดเวลา จึงต้องเข้าชาร์จควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองนครพนม โดยนายน้อย ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับลูกชาย ด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ต้องจำใจแจ้งความดำเนินคดีกับลูกในไส้ โดย นายน้อย เปิดเผยว่า ตนได้เลิกรากับเมียเมื่อ 23 ปีที่แล้ว และเลี้ยงลูกมาตั้งแต่ยังอายุแค่ 2 ขวบ โดยมีฝาแฝดอีกคน เรียกชื่อเล่นหนึ่งกับสอง โดยนายสอง เป็นแฝดผู้น้องที่แตกต่างจากพี่ชายมาก เพราะไม่ยอมทำงาน เอาแต่มั่วสุมเสพยาบ้า ก่อนจับได้ว่าลูกเสพยาเสพติดประมาณปี 60 เป็นต้นมา

กระทั่งปี 65 เริ่มแสดงอาการก้าวร้าว ทำลายข้าวของ ทุบประตู ฟาดกระจกหน้าต่าง รวมทั้งหม้อข้าว และโอ่งน้ำจนเสียหาย หนักเข้าก็ทุบตีตนเพราะหลอนยา หรือขอเงินไปซื้อยาบ้าเสพ ถ้าไม่ให้ก็ขู่จะฆ่า ทุกคืนจะออกอาการหลอนยา นั่งพูดนั่งบ่นคนเดียว ในมือก็ถือมีดพร้าไว้ ด้วยความกลัวตนต้องไปแปลงเล้าไก่เก่าเป็นที่นอน โดยจะทำช่องทางหนีเอาไว้ด้วย เผื่อลูกหลอนยาก็จะได้ปีนหลบหนีได้ทัน

ก่อนแจ้งความตำรวจจับกุม ลูกมาขอเงินแต่ตนไม่มีให้ จึงถูกเงื้อกำปั้นจะทำร้ายร่างกาย จึงรีบวิ่งหลบหนีเอาตัวรอด และแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานตำรวจ รีบมาควบคุมตัวไปดำเนินคดี และเพื่อความสงบสุขของชาวบ้าน ตนได้แจ้งความในข้อหากรรโชกทรัพย์

“วิงวอนเจ้าหน้าที่อย่าปล่อยตัวออกมาก่อความวุ่นวาย ให้เขารับโทษในคุกนานๆ ถ้าพ้นโทษออกมาก็ต้องเลี้ยงดูในฐานะคนเป็นพ่อ แต่ยอมรับว่าต้องอยู่อย่างหวาดระแวง แต่เมื่อคืนนอนหลับสนิทมาก หลังนอนอย่างหวาดกลัวมานานถึง 4 ปี” นายน้อย กล่าว

ขณะเดียวกัน น.ส.ส้ม อายุ 45 ปี เพื่อนบ้านที่ใกล้กัน เล่าว่า นายสอง ไม่ทำร้ายคนอื่น ยกเว้นแต่พ่อเขาคนเดียว แต่เห็นอาการแปลกๆ ประจำ เช่น ทำท่าตะเบ๊ะ แล้วก็สะบัดหน้าไปมา ตนมีลูกสองคนก็หวาดกลัวอยู่เหมือนกัน

ด้าน นายสมยศ มังทะ อายุ 61 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านโชคอำนวย ยอมรับว่าในหมู่บ้านมีกลุ่มเสพยาเสพติดอยู่หลายคน โดยเฉพาะพวกวัยรุ่น แม้ทางการจะเข้ามาแนะนำหรือสร้างอาชีพก็ไม่เป็นผล.