เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมยังได้ให้ข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับแผนพัฒนางานการทดสอบวิชาครูอย่างยั่งยืน โดยมอบคุรุสภานำข้อสังเกตไปทบทวน เพื่อประสิทธิภาพของกระบวนทดสอบครูทั้งระบบ โดยเฉพาะกระบวนการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภาใหม่ พ.ศ. 2565 ได้แบ่งออกเป็น 3 ระดับ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู (P-License) (อายุ 2 ปี) สำหรับผู้จบหลักสูตรรับรองแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ทดสอบ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (B-License) (อายุ 5 ปี) สำหรับผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพครบถ้วน และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (A-License) (อายุ 7 ปี) สำหรับผู้มีใบอนุญาตชั้นต้นและมีวิทยฐานะตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป เนื่องจากการทดสอบเพื่อขอมีใบอนุญาตฯนั้นมีหลายระดับและหลายใบจนเกินไป โดยให้หาแนวทางดำเนินการทดสอบให้จบขั้นตอนตั้งแต่ในสถาบันผลิตครู พร้อมทั้งศึกษาแนวทางสำหรับกระบวนการออกใบอนุญาตฯ ให้กับกลุ่มที่จบสาขาอื่นด้วย
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับการทดสอบครูทั้งระบบ โดยเฉพาะกระบวนการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้น เนื่องจากผู้ที่จบสายครูได้ผ่านการเรียนรู้แบบเข้มข้นในสถาบันผลิตครูมาแล้ว แต่การที่คุรุสภาจะต้องจัดทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และในการขอรับใบดังกล่าวได้แบ่งออกเป็นหลายระดับอีกก็จะทำให้สับสนและเกิดความยุ่งยากจนเกินไป ซึ่งคุรุสภาจะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตฯที่มีความเข้าใจง่าย เพราะเท่าที่ตนรับทราบสภาคณบดีคณะศึกษาศาสตร์และศึกษาศาสตร์ก็ยังสับสนเช่นกันว่า ขณะนี้การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาจะต้องมีกี่ใบกันแน่ ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้คุรุสภาไปทบทวนเรื่องดังกล่าว เพื่อจัดทำข้อมูลการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสอดคล้องกับสถาบันผลิตครู กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ด้วย ซึ่งจะทำให้เราได้พัฒนานักศึกษาครูที่สำเร็จการศึกษาออกมาแล้วตรงกับสิ่งที่เราคาดหวัง



