เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์” หรือ คุณหมอเคท ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อหมอของขวัญ ได้ออกมาประกาศลาออกจากสมาชิกภาพแพทยสภา ลงแฟนเพจ “Doctorkatekate” โดยยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่ได้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “หมอตัดสินใจลาออกจากแพทยสภาค่ะ สาเหตุหลัก คือ ไม่เห็นด้วยในเรื่องการปกครอง การออกกฎ การตีความด้วย “ดุลพินิจ” และความไม่เป็นธรรมในแพทยสภา และการไม่อยากถูกปิดปากด้วยปลอกคอและตะกร้อที่ชื่อว่า “แพทยสภา” อีกต่อไป ว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพ หากไม่แสดงตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หมอก็คือประชาชนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิพื้นฐานภายใต้กฎหมายเท่าเทียมทุกคน หมอพูดเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพได้หรือไม่ หมอวิจารณ์การเมืองที่อยู่ตรงข้ามขั้วที่มีอำนาจในแพทยสภาได้หรือไม่ จริยธรรมของหมอคืออะไร”

นอกจากนี้ “เมื่อเป็นหมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “จริยธรรมทางการแพทย์” แต่หากคำว่า “จริยธรรม” ถูกตีความชี้ขาดด้วย “ดุลพินิจ” ของคนไม่กี่คนที่ผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จ ชี้เป็นชี้ตายด้วยสิ่งที่ไม่มีมาตรวัด ไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณทำอะไร แต่ขึ้นกับว่า “คุณเป็นคนของใคร” เฉกเช่นองค์กรอิสระมากมายที่แต่งตั้งขึ้นมาและสามารถใช้ “ดุลพินิจ” หักล้างเสียงของประชาชนได้ เช่น กกต. สตง. ซึ่งนี่ก็คือความบิดเบี้ยวของระบบ และสิ่งนี้ก็เกิดในแพทยสภาเช่นกัน”
อีกทั้ง “ในทุก Movement ทุกคำวิจารณ์ ทุกการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม ยิ่งเสียงของเราดังเท่าไหร่ ผลกระทบก็จะยิ่งแรงเท่านั้น หมอต่อสู้มาตั้งแต่สมัยวัคซีนโควิด และได้รับรู้รสชาติของการยืนตรงข้ามผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้เป็นอย่างดี ถ้าสู้ ก็อาจจะพอมีทางสู้ได้ แต่ในประเทศนี้ สิ่งที่ถูกต้องอาจไม่ได้ชนะเสมอไป แม้ชนะทุกคดีในศาลปกครองก็มิได้หมายความว่าจะชนะ กลับเป็นเหตุให้ถูกจับจ้องเล่นงานหนักขึ้น เกมที่ผู้มีอำนาจถือกฎ สู้ไปก็เหมือนคว้าลม หนทางยังอีกยาวไกล ก็ขอให้หมอๆ ที่ยังอยู่ในระบบโชคดี ส่วนพี่ 20 ปีของการเป็นหมอ การต่อสู้ 5-6 ปีที่ผ่านมากับระบบเส็งเคร็งของประเทศนี้ พี่พอแล้วค่ะ เมื่อไม่เห็นด้วยกับระบบ สิ่งที่ต้องทำก็คืออารยะขัดขืน เอาตัวเองออกมา วันนี้ก็เหมือนเอาใบขับขี่มาคืน แต่การขับรถเป็น มันเป็นตลอดไป “หมอ” เลิกเป็นได้แค่อาชีพ แต่ความเป็นหมอ ความรู้ความสามารถ มันติดตัวตลอดชีวิต”
“มีปัญหากฎหมายปรึกษาทนาย จะสร้างบ้านปรึกษาวิศวะ ทุกอาชีพมีความ Specialty ของมัน เรื่องของร่างกาย ยา วิตามิน แร่ธาตุ อาหารเสริม หัตถการทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ หมอรู้ดีที่สุดแต่พูดไม่ได้ ผิดจริยธรรมร้ายแรง ร้ายแรงกว่าทำคนไข้ตาย ร้ายแรงกว่าโกงจัดซื้อจัดจ้าง ร้ายแรงกว่าการรับผลประโยชน์ในการสั่งยาบางอย่าง ร้ายแรงกว่าโรงพยาบาลเอกชนที่ขูดรีดค่าใช้จ่ายที่เกินจริง ร้ายแรงกว่าการอนาจารคนไข้ ร้ายแรงกว่าการผ่าตัดนอกเวลาเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแม้แต่ในโรงเรียนแพทย์ (เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า คุณพวกใคร!) ไม่ให้หมอพูดเรื่องยา อาหารเสริม คำถามคือ แล้วให้ใครพูด? แม่ค้าออนไลน์? อินฟลูเอนเซอร์? ข้อมูลที่ถูกต้องจะไปถึงประชาชนได้อย่างไร ทำไมแม่ค้าขายกันได้ พูดอะไรเว่อร์แค่ไหนก็ได้ หมอปลอมขายยาฉีดยาเถื่อนเกลื่อนเมือง แต่หมอที่มีความรู้ถูกปิดปากด้วยคำว่าจริยธรรมและดุลพินิจ”
นอกจากนี้ “เมื่อบริบทเป็นแบบนี้ หมอก็ขอเปลี่ยนรูปแบบของการเป็นหมอ จากการรักษาคนไข้บนเตียงมาเป็นการรักษาคงไว้ซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องของสังคม ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดให้ข้อมูลทุกชนิดแก่ทุกคนโดยไม่มีอะไรครอบปากครอบกะลาอีกต่อไป ย้ำอีกครั้งนะคะ หมอลาออกเอง ไม่ได้ถูกพักหรือเพิกถอนใบแล้วลาออกแต่อย่างใด ตลอด 20 ปีของการเป็นหมอ หมอของขวัญ “ไม่เคย” ถูกร้องเรียนหรือลงโทษเนื่องจากผลข้างเคียงของการรักษาแม้แต่ครั้งเดียว ทุกคดีที่เกิดขึ้นอย่างประหลาดในยุคโควิด หมอฟ้องชนะแพทยสภาทั้งหมดในศาลปกครอง แต่กลับทำให้สถานการณ์หนักกว่าเดิม ให้มันหยุดการกดให้ต่ำ แกล้งให้กลัว แต่เพียงเท่านี้ หลังจากนี้เต็มที่ค่ะ Stay Tuned”
อย่างไรก็ตาม “ต่อจากนี้ไปรับพรีเซ็นเตอร์นะคะติดต่อได้ ใช้แพทย์หญิงได้ ฉีดไม่ได้ เจาะไม่ได้ ผ่าไม่ได้ ให้ความรู้ได้ ทำรายการได้ โฆษณายาและผลิตสุขภาพทุกอย่างได้ เป็นเจ้าของคลินิกได้ ภายใต้กฎ อย. แต่ไม่มีปลอกคอชื่อ “แพทยสภา” ถ้าระบบมันบิดเบี้ยว คุณมีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.แก้ไขมัน และ 2.ออกจากระบบ If system failed, You have 2 choices. Fix it or Leave it. ต่อไปให้เรียกดิชั้นว่า พญ.ของขวัญ อินฟลูฯสาวท่านหนึ่งที่จบคณะแพทยศาสตร์ 20 ปีเต็ม เคยเป็นหมอ แต่เป็นหมอคนแรกที่เอาใบว.ไปคืน ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ”
ขอบคุณข้อมูล : Doctorkatekate



