โดยกล่าวว่า เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ หลังบริษัทปฏิเสธที่จะตกลงให้ใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ “คล็อด” ในทางการทหารโดยไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนั้น แอนโทรปิกให้คำมั่นว่า จะฟ้องร้องในข้อหาการข่มขู่ ซึ่งกลายเป็นข้อพิพาทสาธารณะที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กับรัฐบาลสหรัฐ โดยพวกเขายืนยันว่า เทคโนโลยีของบริษัทไม่ควรนำไปใช้ในการสอดแนมจำนวนมาก หรือระบบอาวุธที่ทำงานอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นายแซม อัลต์แมน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโอเพนเอไอ ประกาศข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหม ในการใช้โมเดลของตนโดยมีข้อจำกัดคล้าย โดยใช้มาตรการป้องกันทางเทคนิคที่เพนตากอนได้ตกลงไว้
President Trump announced he is ordering all federal agencies to “immediately” stop working with Anthropic, one of America’s leading AI companies, following a days-long standoff with the Pentagon over control of the technology. CBS News’ @JoLingKent explains. pic.twitter.com/WPpiUQyuIw
— CBS Evening News with Tony Dokoupil (@CBSEveningNews) February 28, 2026
อัลต์แมนเขียนบนเอ็กซ์ว่า หลักการด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด 2 ประการของเรา ได้แก่ การห้ามการสอดแนมมวลชนภายในประเทศ และความรับผิดชอบของมนุษย์ในการใช้กำลัง ซึ่งรวมถึงระบบอาวุธไร้คนขับ โดยหลักการเหล่านั้นได้รวมอยู่ในข้อตกลงแล้ว
Tonight, we reached an agreement with the Department of War to deploy our models in their classified network.
— Sam Altman (@sama) February 28, 2026
In all of our interactions, the DoW displayed a deep respect for safety and a desire to partner to achieve the best possible outcome.
AI safety and wide distribution of…
รัฐบาลวอชิงตันได้โจมตีแอนโทรปิกเกี่ยวกับข้อกังวลด้านจริยธรรม ซึ่งทรัมป์ได้ระบุผ่านทรูธ โซเชียล ว่า เขาได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ยุติการใช้เทคโนโลยีของแอนโทรปิกทันที พร้อมย้ำว่า เราไม่ต้องการมัน และจะไม่ทำธุรกิจกับพวกเขาอีก
อย่างไรก็ดี อัลต์แมนกล่าวว่า เขากำลังพยายามหาข้อตกลงกับเพนตากอน ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องที่คล้ายคลึงกับของแอนโทรปิก และหวังว่า จะช่วยไกล่เกลี่ยหาทางออก เนื่องจากมนุษย์ควรยังคงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระบบอัตโนมัติที่มีความเสี่ยงสูง.
เครดิตภาพ : AFP



