โดยกล่าวว่า เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ หลังบริษัทปฏิเสธที่จะตกลงให้ใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ “คล็อด” ในทางการทหารโดยไม่มีเงื่อนไข

นอกจากนั้น แอนโทรปิกให้คำมั่นว่า จะฟ้องร้องในข้อหาการข่มขู่ ซึ่งกลายเป็นข้อพิพาทสาธารณะที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กับรัฐบาลสหรัฐ โดยพวกเขายืนยันว่า เทคโนโลยีของบริษัทไม่ควรนำไปใช้ในการสอดแนมจำนวนมาก หรือระบบอาวุธที่ทำงานอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นายแซม อัลต์แมน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโอเพนเอไอ ประกาศข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหม ในการใช้โมเดลของตนโดยมีข้อจำกัดคล้าย โดยใช้มาตรการป้องกันทางเทคนิคที่เพนตากอนได้ตกลงไว้

อัลต์แมนเขียนบนเอ็กซ์ว่า หลักการด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด 2 ประการของเรา ได้แก่ การห้ามการสอดแนมมวลชนภายในประเทศ และความรับผิดชอบของมนุษย์ในการใช้กำลัง ซึ่งรวมถึงระบบอาวุธไร้คนขับ โดยหลักการเหล่านั้นได้รวมอยู่ในข้อตกลงแล้ว

รัฐบาลวอชิงตันได้โจมตีแอนโทรปิกเกี่ยวกับข้อกังวลด้านจริยธรรม ซึ่งทรัมป์ได้ระบุผ่านทรูธ โซเชียล ว่า เขาได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ยุติการใช้เทคโนโลยีของแอนโทรปิกทันที พร้อมย้ำว่า เราไม่ต้องการมัน และจะไม่ทำธุรกิจกับพวกเขาอีก

อย่างไรก็ดี อัลต์แมนกล่าวว่า เขากำลังพยายามหาข้อตกลงกับเพนตากอน ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องที่คล้ายคลึงกับของแอนโทรปิก และหวังว่า จะช่วยไกล่เกลี่ยหาทางออก เนื่องจากมนุษย์ควรยังคงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระบบอัตโนมัติที่มีความเสี่ยงสูง.

เครดิตภาพ : AFP