วานนี้ (27 ก.พ. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการค้นพบที่เหลือเชื่อของครอบครัวนักท่องเที่ยวผู้บังเอิญพบฟอสซิลวาฬโบราณอายุกว่า 20 ล้านปี ฝังอยู่ใต้ผืนทรายบนชายหาดในรัฐวิกตอเรีย ระหว่างที่พวกเขากำลังเล่นน้ำทะเลในช่วงพักร้อน
การขุดค้นฟอสซิลที่น่าทึ่งนี้เกิดขึ้นที่ชายหาดโอเชียนโกรฟ รัฐวิกตอเรีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากครอบครัวนักท่องเที่ยว 5 คนบังเอิญไปสะดุดเข้ากับส่วนหนึ่งของฟอสซิลที่โผล่พ้นทรายขึ้นมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดย คริสตินา เดวิดสัน หนึ่งในผู้พบเห็นเล่าว่า “ฉันเกือบจะเดินสะดุดมันเข้า… เราพยายามลองขุดดูและถ่ายรูปไว้ มันมีทั้งกระดูกสันหลังและกระดูกซี่โครง ทุกอย่างดูเหมือนจะยังคงอยู่ครบที่ตรงนั้น”
ทีมนักบรรพชีวินวิทยาหลายสิบชีวิตได้ลงพื้นที่เพื่อทำการขุดฟอสซิลยักษ์ชิ้นนี้ขึ้นมา หลังจากที่ได้รับแจ้งจากครอบครัวนักท่องเที่ยวและเตรียมการขุดอยู่นานหลายเดือน ฟอสซิลวาฬโบราณถูกหุ้มไว้ด้วยก้อนหินทรายขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง 1 ตัน ดร. เอริค ฟิตซ์เจอรัลด์ นักบรรพชีวินวิทยาอาวุโสจากสถาบันวิจัยพิพิธภัณฑ์วิกตอเรียกล่าวว่า “มันหาได้ยากมากที่จะพบฟอสซิลที่กระดูกแต่ละชิ้นยังคงเชื่อมต่อกันเป็นโครงร่างเช่นนี้”
ปฏิบัติการกู้ซากฟอสซิลครั้งนี้เต็มไปด้วยความลุ้นระทึก เนื่องจากทีมงานต้องทำงานแข่งกับเวลาขณะที่น้ำทะเลกำลังหนุนสูง “มีช่วงเวลาที่น่าหวาดเสียวจริงๆ ผมมมองนาฬิกาสลับกับใบหน้าที่เคร่งเครียดของคนขับรถขุด ผมคิดว่าถ้าไม่ใช่ตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว” ดร. เอริคกล่าว พร้อมทั้งชื่นชมคนขับรถขุดที่เป็นฮีโร่ในงานนี้ว่า “เขาเคลื่อนย้ายหินหนัก 1 ตันอย่างนุ่มนวลเหมือนกำลังประคองทารกแรกเกิด เป็นภาพที่มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา”
แม้กระดูกจะกลายสภาพเป็นหินจนดูแข็งแกร่ง แต่ในความเป็นจริงมันมีความเปราะบางมาก ทีมงานจึงต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการขนย้ายขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปศึกษาวิจัยอย่างละเอียดที่นครเมลเบิร์นต่อไป การค้นพบฟอสซิลชิ้นนี้คาดว่าจะช่วยเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในยุคโบราณได้อีกมาก
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : YouTube / 9 News Australia



