จากนั้น นายกฯจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ( ครม.) เมื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว ก็เดินหน้าทำงานได้ “โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเห็นดีด้วยที่ต้องรีบมีรัฐบาลอำนาจเต็ม เพื่อเดินหน้างาน

เชื่อได้ว่า การตั้งรัฐบาลคงไม่หนีจากสูตรที่เป็นข่าวมาตลอดเท่าไรนัก คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็ก รวมกันบวกลบ 300 เสียง ส่วนพรรคประชาชน ( ปชน.) พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.) เป็นฝ่ายค้าน  แม้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ปรากฏตัวแล้ว  ผู้กองบอกว่า “เราไม่วิ่งเข้าหาโดยไม่มีศักดิ์ศรี” ใครร่วมรัฐบาลเป็นสิทธิ์ของภูมิใจไทย  ซึ่งนาทีนี้ค่อนข้างชัด “กล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน”

มีข่าวปล่อยว่า “จะมีใครแสดงอภินิหาร” ให้ตีกระทบไปที่“เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้กระบวนการเลือกตั้งหรือตั้งรัฐบาลสะดุด จะมี“พรรคแพ้คนไม่แพ้”อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ?  อภินิหารแรกที่หลายคนเฝ้าดูคือเรื่องการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ  ดูเหมือน กกต.มั่นใจว่าไม่เป็นโมฆะ เพราะยังพิสูจน์ย้อนไปไม่ได้ว่า“บัตรไหนใครกา”อย่างที่อ้างกัน และเห็นจะยังใช้เวลานานกว่าจะรอกระบวนการศาล

อภินิหารต่อมาคือการชิงตั้งรัฐบาลสู้ มีข่าวเหมือนโยนหินถามทาง ว่าผู้กองธรรมนัสรวมเสียงพรรคกล้าธรรม พรรคเพื่อไทย พรรค ปชน.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กอื่นๆ ชิงตั้งรัฐบาล ลอยแพภูมิใจไทยซะเลย ซึ่งถ้านับเสียงก็คือฝ่ายค้าน 194 เสียงของภูมิใจไทยล้วน ที่เหลือเป็นรัฐบาล ข่าวว่า ถ้าเรื่องดีลนี้เป็นจริง ผู้กองใจถึงขนาดไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ใน ครม.  

โอกาสเกิดดีลนี้แทบเป็นไปไม่ได้  การไม่เกิดรัฐบาลไฟจราจร หลักๆ อยู่ที่“ไฟกลาง”คือไฟส้มจะไม่เล่นด้วย เพราะสาเหตุสำคัญรักษาอุดมการณ์และมวลชน เมื่อพรรคส้มประกาศไม่จับมือ “ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ย้ำชัด “ถึงแม้หากเราได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ก็จะไม่ตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคกล้าธรรม”  ซึ่งว่าที่ สส.ของพรรคกล้าธรรมบางคนก็ยังมีข้อร้องเรียนทางคดีอยู่  การจับมือจะถูกตั้งคำถามครั้งใหญ่ว่า“ยอมอะไรไปบ้างเพื่อให้ได้อำนาจ”

“หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.เองเคยลั่นวาจา ต้องให้พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล หรือเคยพูดในเวทีดีเบต ถ้าเป็นพรรคอันดับสองพร้อมเป็นฝ่ายค้าน อีกอย่างหนึ่งคือ อุตสาห์อภิปรายเรื่อง“เบน สมิธ”จน สส.โดนฟ้องไปร้อยล้าน จะยิ่งโดนตั้งคำถามว่าไปสมยอมเพราะหวังผลทางคดีหรือไม่ แล้วต่อไปจะส่งผลต่อการปราบทุนเทาหรือเปล่า ? กองเชียร์พรรคส้มก็คงยึดอุดมการณ์อยากให้ชนะใสๆ บริสุทธิ์มากกว่าลักไก่เป็นรัฐบาล   

ด้านพรรคเพื่อไทยเอง ก็เปิดหน้าไปแล้ว ไม่มีเหตุอะไรมาอ้างในห้วงเวลานี้ ว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งไม่ควรจัดตั้งรัฐบาล ( รวมถึงพรรคประชาชาติและพรรคอื่นที่ประกาศสนับสนุนอนุทินเป็นนายกฯ ก่อนหน้านี้ด้วย )  ไม่เหมือนในคราวที่จะตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ที่ติดล็อคว่า สว.ไม่โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้นเป็นนายกฯ เนื่องจากพรรคมีจุดยืนแก้ ม. 112 เพื่อไทยจึงตั้งรัฐบาลเอง

พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมสูตรนี้ยิ่งไม่คุ้ม เพราะประกาศไม่ร่วมกับกล้าธรรม และประกาศไม่เอาทักษิณ  ถ้าร่วม งานสร้างขุมกำลังมวลชนของพรรคที่กำลังจะฟื้นตัวก็คงเสียไปทันที อีกทั้งอดีตหัวหน้าและเลขาธิการพรรคก็ไปอยู่กล้าธรรม อาจมีอาการไม่สบายใจกันบ้าง ..อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกกระแสหนึ่งว่า วันโหวตนายกฯ มีงูเห่าสีเขียว บางที อาจมีการคิดถึงอนาคตการเมืองไปถึงว่า ถ้าเลือกตั้งมีปัญหา ต้องเลือกตั้งใหม่ ควรอยู่ฝั่งไหน หรือจะมีผลประโยชน์อื่น

ที่คนรอดูคือ ร.อ.ธรรมนัสในฐานะคนเคยรัก จะมี “ความลับ”อะไรเซาะกร่อนเสถียรภาพรัฐบาลหนูหรือไม่.