หลังจากทีมข่าวเดลินิวส์ ได้เปิดประเด็น โครงการพัฒนาลำตะคองในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา หรือที่ถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “คลองชองเกชอนโคราช” ถูกวางให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองโคราช ภายใต้แนวคิดปรับปรุงภูมิทัศน์ริมน้ำลำตะคอง ที่ผ่านพื้นที่อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้สวยงาม คล้ายต้นแบบคลองฟื้นฟูเมืองของเกาหลีใต้ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 238 ล้านบาท แบ่งเป็นเฟสแรก 118,739,600 บาท นำเสนอ “ตอนที่1” ผ่านทาง เดลีโฟกัส (DAILY FOCUS) ขณะเดียวกัน ในเฟส 2 รายงานระบุว่า ปีงบประมาณ 2569 โครงการได้รับจัดสรรงบ 120 ล้านบาท สำหรับงานสถาปัตยกรรมและขยายแนวพัฒนาเพิ่มอีก 750 เมตร ไปถึงอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ คาดใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี
อย่างไรก็ตาม หากเฟสแรก ยังไม่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม การเดินหน้าเฟส 2 ด้วยงบเพิ่มเติม อาจยิ่งเพิ่มภาระงบประมาณโดยไม่มีหลักประกันว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนแปลง ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการก่อสร้างต่อให้ครบระยะทาง 2,500 เมตร แต่คือการทบทวนแผนแม่บททั้งหมด ทั้งเรื่องการจัดลำดับงบประมาณ ความจำเป็นของงานแต่ละส่วน การบูรณาการระบบจัดการน้ำ และการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม กับคำถามความรับผิดชอบเมื่อรวมงบทั้งสองเฟส ตัวเลข 238 ล้านบาท คือภาษีประชาชน หากผลลัพธ์สุดท้ายยังเป็นเพียงโครงสร้างคอนกรีตที่ใช้งานได้จำกัด โครงการนี้อาจถูกจดจำในฐานะตัวอย่างของการใช้งบที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ
ชำแหละ! โครงการ ‘คลองชองเกชอนโคราช’ วาดภาพฝันแลนด์มาร์คท่องเที่ยว ตอน 1

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ทีมข่าวเดลินิวส์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ ศ.ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิ ม.ราชภัฏนครราชสีมา แสดงความเห็นกรณีโครงการปรับภูมิทัศน์ลำตะคองว่า ในมุมของงานออกแบบศิลปะและประติมากรรม ควรตั้งคำถามว่าแนวคิดที่มีลักษณะคล้ายการจำลองแหล่งท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น มีความสอดคล้องกับบริบทของ “ลำตะคอง” และสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นเมืองนครราชสีมาได้มากน้อยเพียงใด สำหรับงบประมาณเฟสแรก จำนวน 118 ล้านบาท ต้องพิจารณาความเหมาะสมจากขนาดโครงการ วัสดุที่ใช้ โครงสร้างประติมากรรม ทางเดิน ระบบฐานราก ตลอดจนคุณภาพของงานที่ปรากฏ เพราะประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงความสวยงาม แต่คือ “การใช้ประโยชน์” หากเป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ขาดมิติการใช้งานจริง หรือไม่สามารถสร้างความประทับใจได้เพียงพอ ก็อาจถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ


เมื่อดำเนินโครงการมาถึงเฟสแรกแล้ว การพัฒนาในระยะที่ 2 จำเป็นต้องประเมินบทเรียนจากผลงานที่ผ่านมา ทั้งด้านการออกแบบ ผลกระทบที่เกิดขึ้น และความคุ้มค่า เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ตอบโจทย์เมืองมากขึ้นในเชิงกายภาพ ลำตะคองมีต้นทางจากเขื่อนลำตะคอง ก่อนจะไหลเข้าสู่เขตเมืองนครราชสีมา ลักษณะลำน้ำคดเคี้ยวและมีปริมาณน้ำผันแปร โดยเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลาก อีกทั้งต้องพิจารณาปัญหาการรุกล้ำแนวลำน้ำ ซึ่งส่งผลต่อการออกแบบพื้นที่ริมตลิ่ง การพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ จำเป็นต้องมีความกว้างเพียงพอและวางผังอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงต้นทางก่อนเข้าสู่ตัวเมือง อีกประเด็นสำคัญคือปัญหาความสะอาด เนื่องจากลักษณะลำน้ำที่คดเคี้ยวทำให้เกิดการสะสมของตะกอนและขยะ โดยเฉพาะพลาสติก จึงอยากให้หน่วยงานท้องถิ่น ทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่วมกันกำหนดมาตรการดูแลคุณภาพน้ำควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้าง เพื่อยกระดับภาพลักษณ์เมือง

ภาพรวมโครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคองในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งใช้งบประมาณรวมกว่า 238 ล้านบาท จำเป็นต้องตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อผลงานเฟสแรกยังไม่สร้างความประทับใจในวงกว้าง หากในเฟสต่อไปมีการปรับรูปแบบ รูปทรง และสีสัน ให้สะท้อนอัตลักษณ์ “โคราช” มากขึ้น ก็อาจทำให้โครงการมีความโดดเด่นและน่าจดจำ เมืองโคราชมีทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องหยิบยืมต้นแบบจากที่อื่น การสร้างมาสคอตหรือประติมากรรมที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นตามแนวลำตะคอง น่าจะช่วยเพิ่มคุณค่าและความรู้สึกผูกพันของคนในพื้นที่ได้มากกว่าการจัดวางองค์ประกอบเพียงบางชิ้นที่ดูไม่สมดุลกับงบประมาณ


โครงการนี้ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน จึงเป็นสิทธิของประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ ทุกฝ่ายต่างคาดหวังให้โครงการสร้างความประทับใจและยกระดับเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ชั่วคราว แต่ต้องเป็นความ “ว้าว” ที่มาพร้อมความคุ้มค่าและความภาคภูมิใจของคนโคราชในระยะยาว.
ติดตาม ตอนที่ 3 ได้ใน เดลีโฟกัส (DAILY FOCUS)



