นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จากปัญหาราคามะพร้าวอ่อน หรือมะพร้าวน้ำหอมกำลังตกต่ำ จึงได้เกิดความร่วมมือกันระหว่างคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดตั้งคณะทำงานศึกษาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยตนได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน เพื่อเปิดเวทีหารือเรื่องการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งการประชุมคณะทำงานชุดนี้ ประกอบด้วย บุคคลที่อยู่ในกระบวนการผลิตมะพร้าวอ่อนทั้งหมด ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รวบรวม (ล้ง) โรงคัดบรรจุ โรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ส่งออก
นอกจากนี้ยังมีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานวิจัย เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี ตลอดจนผู้แทนผู้ประกอบการ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกมะพร้าว เพื่อศึกษาสาเหตุของปัญหาราคาและกำหนดแนวทางแก้ไขในเบื้องต้น

นางสาวตวงคุณ กล่าวว่าล่าสุดมีความคืบหน้าว่า ได้สรุปประเด็นปัญหาและแนวทางดำเนินการ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือเรื่องการขออนุญาตเป็นผู้ส่งออก หรือใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร (DOA) ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด สาเหตุหลักมาจากการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้าอย่างเคร่งครัด จึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตและการคัดบรรจุให้เป็นไปตามข้อกำหนดสากล

อีกประเด็น คือ โครงสร้างตลาดและการแข่งขัน มีข้อกังวลว่าบางบริษัทอาจมีอำนาจเหนือตลาดในลักษณะควบคุมห่วงโซ่อุปทานได้เกือบทั้งหมด จึงเห็นควรเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุและผู้ส่งออกให้โปร่งใส ใช้ระบบอนุญาตแบบจุดเดียว เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์เลขทะเบียนและการกดราคารับซื้อ พร้อมบังคับใช้กฎหมายป้องกันการสวมสิทธิ์ ควบคู่การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น ป้องกันระบบนอมินีและการผูกขาด เพื่อปกป้องสิทธิของเกษตรกรไม่ให้ถูกเอาเปรียบ
นางสาวตวงคุณ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นอกเหนือจากการขายผลสด โดยอาศัยเทคโนโลยีและงานวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุภัณฑ์พร้อมดื่ม การแปรรูปเชิงลึก และการสร้างแบรนด์ในระดับประเทศ โดยมีแนวคิดผลักดันภาพรวมของมะพร้าวน้ำหอมไทยภายใต้แบรนด์ เช่น “Thai Aromatic Coconut” เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดต่างประเทศ และอาจรวบรวมสินค้าที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากหลายพื้นที่มานำเสนอร่วมกันในภาพลักษณ์เดียวกัน

จึงฝากถึงพี่น้องเกษตรกรว่า หากตั้งใจยึดอาชีพส่งออกมะพร้าวอ่อนเป็นรายได้หลัก จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพอย่างจริงจัง ทำให้สวนมะพร้าวควรได้มาตรฐาน GAP และสถานที่คัดบรรจุหรือแปรรูปต้องได้มาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ตลาดโลกให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะการส่งออกไปต่างประเทศจำเป็นต้องมีมาตรฐานรองรับอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมคือ ควรยกระดับเป็นการบริหารจัดการเชิงโครงสร้างทั้งระบบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเข้าสู่การกำกับของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้แห่งชาติ (Fruit Board) เช่นเดียวกับผลไม้เศรษฐกิจอื่น เพื่อบูรณาการมาตรการรองรับภาวะวิกฤต ลดความผันผวนด้านราคา เสริมอำนาจต่อรองและสร้างเสถียรภาพรายได้เกษตรกร ควบคู่การยกระดับมาตรฐานการแข่งขันในตลาดโลก


