จากกรณี นักโทษที่หนีเรือนจำ 9 คน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ธ.ค. เป็นนักโทษพลเรือนที่อยู่ในพื้นที่การดูแลของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่มาขอใช้พื้นที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) จ.นครปฐม โดยมีหนังสือ จาก กรมราชทัณฑ์ ในการขอใช้พื้นที่เรือนจำทุ่งน้อย ตั้งแต่มีสถานการณ์โควิด-19 เพื่อกักตัวนักโทษเป็นเวลา 21 วัน ก่อนที่จะส่งเข้าเรือนจำ เพื่อคัดกรองโรคโควิด-19 โดยการควบคุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ ของกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ดูแลเอง ไม่เกี่ยวข้องกับเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 โดยมีรายชื่อดังนี้
นายวัชระ นะโมมั่น, นายเอกราช แป้งกลั่น, นายวีรเชษฐ์ เทพชู, นายนัถกร มาตรวังแสง, นายไพฑูรย์ มีคลองแบ่ง, นายบำรุง วงศ์สว่าง, นายพัชรวุฒิ มูลทองสงค์, นายจำรูญ คล้ายสุบรรณ และ นายพานิช บัวศร ทั้งนี้ทั้งหมดใช้วิธีการนำเลื่อยมาตัดลูกกรงเหล็กเพื่อหลบหนีออกไป ซึ่งภายหลังทาง พล.ต.ท.ธนายัตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 แถลงว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้ว 5 ราย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับกุม ผู้ต้องขังเพิ่มได้อีก 2 ราย แล้วคือ นายพานิช บัวศร อายุ 35 ปี ผู้ต้องขังความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด โดยจับได้ในพื้นที่อำเภอบางเลน หลังไปเฝ้าติดตามที่บ้านญาติใน จ.นครปฐม และ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และ นายจำรูญ คล้ายสุบรรณ อายุ 33 ปี มีความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด จับได้ที่บ้านญาติ ในพื้นอำเภอบางหลวง-เขตติดต่อ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ทำให้ในขณะนี้ ยังมีนักโทษที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่อีก 2 รายคือ นายบำรุง วงศ์สว่าง และ นายพัชรวุฒิ มูลทองสงค์ เท่านั้น ซึ่งทางฝ่ายงานเกี่ยวข้องยังคงติดตามไล่ล่าตัวอยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว



