เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มอบหมายให้ นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรฯ ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จัดประชุมเร่งด่วน ภายใต้กรอบอำนาจพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกดูแลผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบหรือการฉวยโอกาสในภาวะวิกฤต คณะกรรมการฯ ย้ำชัดว่า การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ทั้งสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สิทธิในความปลอดภัย และสิทธิในการได้รับ การชดเชยความเสียหาย จะต้องได้รับการดูแล ในมิติการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการขึ้นราคาไม่เป็นธรรม ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมการท่องเที่ยว รับผิดชอบกำกับดูแลการให้บริการสายการบินและบริการท่องเที่ยว กรณีเกิดการยกเลิกเที่ยวบินหรือแพ็กเกจทัวร์ แต่หากเกิดกรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หากมีการเรียกร้องค่าเสียหาย สคบ จะใช้อำนาจไกล่เกลี่ย ยุติเรื่อง หรือฟ้องร้องและบังคับคดี ตามกฎหมายแทนผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม

สคบ. เคาะ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้ 1. สคบ. เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วน จำนวน 10 คู่สาย 2. เข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัด เอาเปรียบ บูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง เฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิด ถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน การซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม ควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภค สูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาท ต่อหน่วยการใช้ 3. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด 4. สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platform ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. 5. สคบ. ร่วมกับสมาคมค้าทองคำ กำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรม 6. ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้าน ราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์ ที่ปลอดภัย

สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภค.