เมื่อวันที่ 8 มี.ค. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของรมว.ประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของวันสตรีสากล และนโยบายสร้างโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงของพรรคเพื่อไทย ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นความก้าวหน้าของผู้หญิงในหลายด้านทั้งโอกาสทางการศึกษา รายได้ สิทธิ และการรวมตัวของเครือข่ายผู้หญิงที่เข้มแข็งมากขึ้น ขณะเดียวกันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความขัดแย้งทำให้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง และทุกเพศสภาพเปลี่ยนรูปแบบไป แต่ประเทศไทยมีนโยบายสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม และนโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นจากการทำงานอย่างมุ่งมั่น และต่อเนื่องของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย

ทั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ที่ริเริ่มโดย รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของผู้หญิง กองทุนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้หญิงทั่วประเทศ ด้วยงบกองทุนหมุนเวียน จังหวัดละ 100 ล้านบาท 77 จังหวัด จนมีเครือข่ายกองทุนสตรีฯมากกว่า 14 ล้านคน ถึงวันนี้นโยบายดังกล่าวยังได้รับการสานต่อโดย รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ด้วยงบประมาณกองทุนหมุนเวียน 1,500 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ อย่างโครงการ “Empower Young Wome”ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาหญิงได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ คิดโมเดลธุรกิจ ลงมือทำ และได้เห็นศักยภาพของตัวเองในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมไทย

นอกจากนี้ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ริเริ่มแนวคิด “One Stop Crisis Center” (OSCC) ที่บูรณาการความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งสะท้อนให้เห็น ว่า การคุ้มครองผู้หญิงไม่ใช่เพียงหลักการที่พูด แต่ต้องเป็นระบบที่เข้าถึงได้จริง ทันท่วงที และเท่าทันกับความรุนแรงในรูปแบบใหม่ๆ

น.ส.ชยิกา ระบุว่า นี่เป็นเพียง 2 นโยบายตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเพื่อผู้หญิง และเชื่อว่า ภารกิจเพื่อผู้หญิง และทุกเพศสภาพยังไม่จบ เพราะยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอีกหลายด้านที่ต้องช่วยกันแก้ไข ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และระบบคุ้มครองที่ต้องทำงานได้จริง

น.ส.ชยิกา ยังกล่าวว่า ในฐานะแม่คนหนึ่ง อยากเห็นสังคมที่เปิดโอกาส มีความปลอดภัย และมีความเป็นธรรมมากกว่านี้สำหรับลูกสาวและคนรุ่นต่อไป และในฐานะคนทำงานการเมืองผู้หญิง รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายเพื่อผู้หญิงมาตลอด เพราะตนเชื่อเสมอว่า เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้รับโอกาส โอกาสนั้นจะไม่หยุดอยู่แค่คนคนเดียว แต่จะส่งต่อเป็นพลังใจ เป็นความเข้มแข็ง และเป็นความหวังไปถึงผู้หญิงอีกหลายคน

ทั้งนี้ ตนดีใจที่เห็นผู้นำ และผู้บริหารพรรคเพื่อไทย พร้อมสานต่อภารกิจนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้หญิง และทุกเพศสภาพได้มีโอกาส เติบโตอย่างมั่นคง ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม