จากกรณีที่ตลกดัง “จตุรงค์ มกจ๊ก” ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการไปเยี่ยม “เด๋อ ดอกสะเดา” ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเตียงมีสายเจาะคอและท่อหายใจอยู่ โดยเด๋อซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าตอบ แต่ยังจับมือตอบกับจตุรงค์ โดยจตุรงค์มีการเขียนแคปชั่นว่า “เยี่ยมจาร..คิดถึง” ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดในงาน AFFILIATE OPEN FACTORY DAY จตุรงค์ ได้อัปเดตอาการ พร้อมพูดถึงเรื่องราวดราม่ามหากาพย์ความรักของ “ปู กนกวรรณ” ภรรยา เด๋อ ที่ประกาศเลิกรา เพราะสาเหตุว่ามีโลกใบที่สองและหลอกเธอมากว่า 29 ปีที่รักกัน ทำให้คนต่อว่าเด๋ออย่างมากมาย ก่อนที่ลูกสาวของเด๋อกับภรรยาเก่าอย่าง เปิ้ล ณภัทร จะออกมาฟาดกลับโต้ทุกประเด็นว่าไม่เป็นความจริง ทำเอาสังคมพากันตั้งคำถามหนักมากว่าทำไมสองคนถึงให้การไม่ตรงกัน พร้อมวิจารณ์อย่างร้อนแรง
โดย จตุรงค์ เผยว่า “สำหรับวันที่ไปเยี่ยมอาจารย์เด๋อ สีหน้าสีตาดีขึ้น แล้วก็อารมณ์ร้องไห้ร้องทุกครั้งอยู่แล้ว ใครไปแกก็ร้อง แกร้องด้วยความรู้สึกตื้นตันใจว่ามีคนคิดถึงแก แล้ววันหนึ่งถ้ามีคนเยี่ยม 10 คน แกก็ร้อง 10 ครั้ง แต่ว่าร้องแบบดีใจนะ เด๋อ ดอกสะเดา คือผู้ชายคนหนึ่งที่เราเคารพมาก เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่น่ารักมากๆ แล้วก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเด๋อ ดอกสะเดา เป็นแค่ไข้หวัด ทุกคนต้องคิดต่อนะ ซึ่งตอนแรกก็อย่างที่ลูกสาวเขาพูดในรายการโหนกระแส ใครดูรายการก็จะรู้เลย ลูกสาวเขาอธิบาย เราไม่ต้องเล่าแล้ว ลุงรงค์แค่บอกว่า เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ปัญหาที่เขาจะต้องเดียวดายจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเขาเป็นแค่ไข้หวัด

ส่วนตอนที่ไปเยี่ยม กำลังใจให้อยู่แล้ว ‘ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องร้อง หนูมาแล้ว หนูมาหาอาจารย์แล้ว หนูรักอาจารย์ หนูคิดถึงอาจารย์ หนูเลยมาหา’ คือเราไปมาสองสามครั้งแล้ว แล้ววันที่จัดงานเราไม่ได้ไป เพราะติดถ่ายละครอยู่ที่อยุธยา แต่ก็โอนตังค์ไปกับเขา และก่อนกลับ เราก็เอาเงินกำใส่มือแกทุกครั้ง แล้วก็บอกแกด้วย ให้กำลังใจคือ ‘เดินได้เมื่อไหร่ ผมนี่แหละจะมารับอาจารย์ไปเที่ยวแต่เช้าแล้วก็กลับมาส่งตอนเย็นคนแรก’
สาเหตุที่ยกเป็นอาจารย์ ตอนเล่นละครครั้งแรก เขาไปเล่นเรื่องเทพบุตรต๊ะติ๊งโหน่ง แล้ว ‘เด่น, เด๋อ, เทพ’ แล้วเทพลาออก แล้วเอาจตุรงค์ที่ขึ้นมาใหม่ๆ ตอนนั้นสมัย ‘ไม่เอาไม่พูด’ กำลังแรงเลย เขาก็เอามาเล่น ตอนนั้นติดไวเลสไม่เป็น เราเคยเล่นแต่รายการ เขามายืนติดไวเลสให้เรา แล้วก็สอนมุมเพราะมันเล่นไม่เหมือนรายการ เขาสอนทุกอย่างเลย และก่อนหน้านั้นตอนที่ลุงรงค์หัดเล่นตลกใหม่ๆ ก็ไปดูคณะ ‘เด๋อดู๋ดี๋’ แล้วเด๋อไปคนเดียว ดู๋ดี๋หายไปไหนไม่รู้ คนเยอะมาก แล้วเด๋อขึ้นไปคนเดียว ครึ่งชั่วโมง ฮาตรึม เลยคิดในใจว่า กูจะต้องเป็นอย่างผู้ชายคนนี้ ไม่สนว่างานอะไร ใครผลักขึ้นบนเวที จะมีลูกน้องหรือทีมงาน หรือคนเดียว กูต้องเล่นให้ได้ และให้เขาหัวเราะด้วย ลุงจึงไม่สนว่างานอะไร โผล่ขึ้นไปคนเดียวทอล์กคนเดียว พูดคนเดียว ให้คนหัวเราะ เขาเป็นไอดอลเลย คือได้วิชาจากเขาเยอะมาก เราจำเขา เขาไม่ได้มานั่งสอนหรอก
ถามว่าปกติเด๋อเป็นคนร้องไห้แบบนี้ไหม ไม่เคยเลย ไม่มีเลย คือครั้งแรกที่ลุงรงค์ไป ร้องหนักกว่านี้เยอะเลย ครั้งแรกที่ไปหาเขา ก็ถามเขาว่าร้องทำไม แล้วเวลาเขาร้อง ไอ้ครอกๆ เสลดที่อยู่ตรงอกเขา บอกว่าไม่เอา ร้องแล้ว แล้วร้องเสียงก็ไม่มีมา แล้วครั้งที่สองเริ่มร้องน้อยลง แต่ก็ร้อง เพราะแกก็คงคิดว่าร้องเยอะไปก็ไม่ดี แต่ว่าแกร้องด้วยจิตของแกจริงๆ แกไม่ได้เสแสร้งเล่นละคร และปกติเราก็อัปเดตอาการกับเปิ้ล (ลูกสาวเด๋อ) อยู่แล้ว เรายังเช็กเลยเรื่องแพมเพิส สิ่งเดียวที่เราต้องจ่ายเงินนอกจาก 30,000 ต่อเดือนนะ คือ 30,000 รวมทุกอย่างแล้ว แต่ไอ้สิ่งหนึ่งที่ต้องจ่ายนอกจาก 30,000 ก็คือค่าแพมเพิส แล้วแพมเพิสวันหนึ่งเปลี่ยนประมาณสี่ห้าครั้ง มันใช้เยอะ ลุงก็อัปเดตกับเปิ้ลตลอดเวลา ถ้าแพมเพิสหมดให้บอกนะ เดี๋ยวให้คนไปส่ง

ถามถึงความเป็นห่วงเพราะช่วงนี้ก็มีข่าวคราวที่เกิดขึ้น เราก็ห่วงเรื่องคนเข้าใจผิดแก แล้วเข้าไปด่า มนุษย์มันเข้าใจผิดกันได้ เราไม่ว่าหรอก แต่คนนอนอยู่ นอนพะงาบๆ ยังจะไป… โอ้โห ทำไมมีหลายคน คือผู้ชายถ้าในเวลาเดียวกันถือว่าไม่ดี แต่ว่าถ้ามันเป็นช่วงเวลาอะไรต่ออะไร ไม่มีหรอกมนุษย์คนไหนที่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ อยู่ด้วยกันแล้วอยู่ด้วยกันตั้งแต่อายุ 20 จน 90 ตายจากกันคนเดียวเลย ถามว่ามีไหมก็มี แต่มันน้อย แต่ลุงรงค์นี่ผ่านมาเยอะแล้ว (ยิ้ม)
ถ้าอาจารย์เด๋อสามารถพูดได้ คงมีโอกาสได้อธิบายความจริง ถ้าแกพูดได้คงได้อธิบายความดีมากๆ แต่แกพูดไม่ได้ไง พอแกพูดไม่ได้คนก็ไปซ้ำเขา ไปอะไรเขา แต่ไม่รู้ไทม์ไลน์ บางคนไม่ได้ดูโหนกระแส ลูกเขาออกมาพูด เล่ารายละเอียดได้ดี มีเอกสารยืนยันต่างๆ นานา แต่คนไม่ได้ดูก็ยัง… กับแก ถามว่ามั่นใจว่าไม่ได้มีโลกสองใบจริงไหม ก็มั่นใจมากเลย คือเราเจอกันบ่อยมาก แต่ก็ไม่เคยเห็นเรา บางคนก็จะบอกว่าก็มึงไม่เห็นไง เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ประวัติเขาคบกันมา 30-40 ปี ไม่มีประเภทซ้อนๆ อย่าง ‘พี่ไผ่’ คือแม่ของเปิ้ล เขาก็แยกย้ายกันไป แล้วก็มาคนหนึ่ง ก็เลิกกันไปอีก คือมันตามที่พี่เปิ้ลพูดเลยทุกอย่าง ละเอียดยิบ แต่คนไม่เชื่อ ยังไงก็ไม่เชื่อ
สมมุติว่าถ้าเราพูดแทนอาจารย์เด๋อได้ ก็จะบอกว่าใครว่างก็ไปเยี่ยมแกเยอะๆ เราจะไปพูดแทนเขาได้อย่างไร ใจเขาอาจจะคิดอะไรก็ได้ เราไม่รู้ใจเขา ก็ไปเยี่ยมกันเยอะๆ ไปให้กำลังใจ กำลังใจเป็นสำคัญ ไม่ใช่ว่าลูกกับเมียออกมาโต้กันไปโต้กันมา แกดูนะทีวี แกรู้ทุกอย่าง แต่แค่เพียงพูดไม่ได้ แล้วเดินไม่ได้ ยืนยังต้องประคองอยู่ แกไม่มีกำลัง แต่รายละเอียดเขารู้หมดเลย ถ้าสาดกันไปมา คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับสมองเขา ถามว่าเด๋อรู้ข่าวนี้แน่นอนใช่ไหม ทำไมจะไม่รู้ล่ะ พอรู้ไงถึงได้ทรุดไปอีก คนเราต้องการกำลังใจ ต้องการความสงบ”




