เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล  ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้ากรณีที่เรือขนส่งสินค้า “มยุรี นารี” ของไทยประสบเหตุถูกยิงโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า  กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทันทีอย่างต่อเนื่องตลอดคืนวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยของเรือขนส่งสินค้าของไทย ซึ่งกองทัพเรือของโอมานช่วยเหลือลูกเรือไทยได้ 20 คน และนำขึ้นฝั่งของเมืองคาซาบ ประเทศโอมานอย่างปลอดภัยแล้ว และอยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาไปช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ติดต่อพูดคุยกับกัปตันเรือทางโทรศัพท์แล้ว ซึ่งยืนยันว่าลูกเรือทั้ง 20 คน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ยังต้องดูแลสภาพจิตใจ โดยผู้แทนท้องถิ่นของบริษัทเจ้าของเรือได้พาคณะดังกล่าวเข้าพักที่โรงแรม และจะจัดให้มีการพูดคุยกับจิตแพทย์ต่อไป

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังอยู่ระหว่างการประสานงานเรื่องการเดินทางโดยรถยนต์เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากยังเป็นพื้นที่เขตห้ามบินอยู่ เพื่อไปเยี่ยมเยียนและดูแลลูกเรือไทย รวมถึงอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางกลับสู่ประเทศไทยในโอกาสแรก และจากข้อมูลของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ระบุว่าปัจจุบันเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซหมดแล้ว ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานงานการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งดูแลลูกเรือไทยที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว อีกทั้งจะติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่า  ในทางการทูตนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อย้ำความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์และวิกฤติในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งทวีความรุนแรง เนื่องจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา รวมถึงการตอบโต้ของประเทศอิหร่าน ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค แต่ยังมีผลต่อประชาชนอื่นๆ และคนไทย อย่างเช่น กรณีของลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิ การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงนี้ ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก รวมทั้งขอประท้วงการก่อความรุนแรงต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความห่วงกังวลในเรื่องนี้ด้วย

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ เมื่อช่วงสายของวันนี้ (12 มี.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ด้วย และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะหารือทางโทรศัพท์กับรมว.ต่างประเทศของโอมาน ในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ช่วยเหลือลูกเรือไทย และติดตามความคืบหน้ากรณีของลูกเรืออีก 3 คน ด้วย

นายปาณิดล ยังกล่าวถึงพัฒนาการสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรงและยังมีความไม่แน่นอน แม้มีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง แต่ยังมาพร้อมกับเงื่อนไข โดยฝ่ายอิหร่าน ระบุเงื่อนไข 2 ข้อคือ 1.การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน 2.การชดใช้ความเสียหาย และการให้หลักประกันที่ชัดเจนจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่เกิดการรุกรานอิหร่านอีกในอนาคต  ในส่วนของอาเซียนนั้น จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์และผลกระทบต่ออาเซียน รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือและการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาวด้วย

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า  สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางนั้น กรณีของอิหร่าน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) คนไทยที่อพยพจากอิหร่าน จำนวน 34 คน ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย โดยมีรองปลัดกระทรวงแรงงาน และรองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับ และจะมีคนไทยจากอิหร่านเดินทางถึงประเทศไทยอีกในเช้าวันที่ 13 มี.ค.นี้

กรณีของประเทศกาตาร์นั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ได้อำนวยความสะดวกแก่คนไทยในกาตาร์และครอบครัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้ว จำนวน 124 คน โดยเที่ยวบินแรกจากกาตาร์กลับมาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อคืนวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายปาณิดล กล่าวว่า  กรณีของอิสราเอลนั้น ขณะนี้สายการบิน El Al และ Arkia ของอิสราเอลซึ่งทำการบินจากกรุงเทลอาวีฟมายังประเทศไทย ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากความปลอดภัยของคนไทยในตะวันออกกลางตอนนี้คือสิ่งสำคัญสูงสุด

เมื่อถามว่ากรณีที่มีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่าก่อนที่ฝ่ายอิหร่านยิงโจมตี ได้มีการแจ้งเตือนห้ามเรือลำดังกล่าวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังคงแล่นเข้าไป นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งสาเหตุที่ทางกระทรวงฯ เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านฯ มาพบ เพราะอยากตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่เราจะพิจารณาดำเนินการต่างๆ

ต่อข้อถามถึงกรณีที่สื่อไทยบางสำนักรายงานข่าวว่าลูกเรือไทย 2 ใน 3 คนเสียชีวิตแล้ว นายปาณิดล กล่าวว่า  ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่ข่าวสารในช่วงนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการเท่านั้น ขอย้ำว่าความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุด ทุกคนเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่