กลายเป็นที่จับตามองทันที เมื่อ “ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม” หรือ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย” ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงาน กับการตัดสินใจเป็นนักแสดงอิสระเต็มตัวเป็นครั้งแรก หลังจากโลดแล่นภายใต้สังกัดเดิมมานานถึง 22 ปี โดยเจ้าตัวยอมรับว่าแม้จะเก๋าเกมในวงการ แต่การออกมารับงานนอกครั้งนี้ยังทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเด็กใหม่ และต้องปรับตัวขนานใหญ่ภายใต้คติน้ำครึ่งแก้วที่พร้อมเรียนรู้จากทุกคน

ตุ๊กกี้ เผยว่า “ยอมรับจากใจว่าอยู่ในวงการบันเทิงมา 22 ปี วันนี้คืองานแรกตั้งแต่ผู้ใหญ่ให้โอกาสได้ออกมารับงานนอก แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ ความที่เราทำงานอยู่ในบริษัทที่ทำงานทุกวันๆ พอได้ออกมาทำงานข้างนอกบ้าง แน่นอนอยู่แล้วว่าเราต้องปรับตัวเองเยอะมาก กำลังพยายามอยู่ แต่คิดว่าไม่ใช่ปัญหาเพราะเราเป็นน้ำครึ่งแก้ว ชอบครูพักลักจำ ใครเก่งก็จำหมด ตัดสินใจนานมั้ย คือปรึกษากับผู้ใหญ่เลยว่าการฝึกวิทยายุทธของเราพร้อมแล้ว ผู้ใหญ่ก็ให้ลองไปดู เพราะ ณ ตอนนี้ยังมีอะไรให้เราทำอีกเยอะ เลยบอกผู้ใหญ่ใจดีว่าเราต้องออกไปดูแล้วว่าข้างนอกเขาเป็นยังไง เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟัง ผู้ใหญ่ก็ไฟเขียวให้ออกมาค่ะ ทุกวันนี้ผู้ใหญ่ถามเลยว่าทำงานทุกวันอยู่แล้ว แล้วออกไปเป็นอิสระเนี่ยไหวนะ ผู้ใหญ่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ นอนเยอะๆ เวลาไปดื่มไปดริ๊งค์ต้องรู้ตัวเองว่าแค่ไหนอย่างไร เพราะต้องตื่น 6 โมงเช้ามาอ่านข่าวทุกวัน ครูเพ็ญศรีก็ยังทำเหมือนเดิม ถ้าคุณจะมีงานเยอะ ร่างกายคุณต้องพร้อม เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่เป็นห่วงเรื่องเดียวคือการพักผ่อนให้เพียงพอ

ตอนนี้ยังรายการกับบ้านหลังเดิมอยู่ อ่านข่าวทุกเช้าไม่มีวันหยุดเหมือนเดิม ถามว่ามันต่างยังไงกับการมีสังกัดไม่มีสังกัดเพราะก็ยังทำงานอยู่เหมือนเดิม คือมันจะต่างที่เรื่องราวของการรับงาน เมื่อก่อนเราจะมีความกังวลว่าไปดีไหม ไม่ไปดีไหม ต้องบอกก่อนไหม เพราะเกรงใจทางบริษัท ปรากฏว่าตอนนี้ผู้ใหญ่บอกว่าไม่ต้องเกรงใจอะไร อันไหนสมควรก็ทำเลยเพราะรู้ว่าตุ๊กกี้เอาตัวเองรอด สำหรับงานใหม่ๆ เดี๋ยววันที่ 16 มี.ค.นี้จะมีงานพรีเซ็นเตอร์สินค้าตัวใหญ่เหมือนกัน รวมถึงคนที่คิดถึงตุ๊กกี้โชว์ก็กลับมารับงานโชว์แล้ว ส่วนคนที่เป็นแฟนคลับงานภาพยนตร์ตอนนี้ก็กลับมารับแล้ว ในส่วนของรายการทีวีของแต่ละช่อง พี่ๆ ยูทูบเบอร์ที่มีรายการสามารถติดต่อมาได้ ไปได้แล้วค่ะ ถามว่ามีเรตค่าตัวไหม ไม่มีค่ะ สบายใจพี่สบายใจเรา เราไปค่ะ (ยิ้ม)”

ตุ๊กกี้ เผยว่า “สำหรับในกองห้องเรียนครูเพ็ญศรี ในห้องปวดหัวนะ ปวดหัวตรงที่ว่าทำไมเราเป็นคนสนิทกับน้องก้อย (อรัชพร) มากถึงไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย (หัวเราะ) รู้พร้อมทุกคนเลย เขาไม่กล้าบอกครู แต่เขากล้าบอกใครก็ไม่รู้ค่ะ (หัวเราะ) แต่อันนี้ขอบอกจากใจเลยว่าน้องก้อยเป็นคนที่ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิมทุกอย่าง ถึงแม้เขาจะเป็นคนรักเก่าของนิกกี้ เขาก็มีสปิริตมาก นั่งอยู่ในฉากเดียวกันได้ เล่นเป็นแฟนกันได้ อันนี้ต้องยอมรับทั้งสองคนเก่งมากมืออาชีพ แล้วเขาก็เป็นห่วงเป็นใยกันมากจริงๆ เชื่อไหมตอนที่มีข่าวออกมาคนที่โทรฯ หาตุ๊กกี้คนแรกคือใคร นิกกี้ค่ะโทรฯ มาหา เราก็เลยบอกว่าคุณสนิทกันกว่าฉัน คุณโทรฯ หาฉันทำไม เขาบอกว่าอยากได้ความการันตี เลยบอกว่าก็รู้พร้อมกันนี่แหละ (ยิ้ม) เวลาเข้าฉากไม่มีแซวกัน ที่เห็นเป็นอยู่ว่าคนนั้นอย่างนั้นอย่างนี้ มันเป็นบทค่ะ แล้วเราเป็นคนที่แบบว่าถ้าใครมีความรักจะรู้ มันจะมีความอยากส่วนตัว เรียกเข้าฉากช้าเพราะมัวแต่โทรศัพท์ เพราะเรามีหน้าที่ตามคนเข้าฉากด้วย แต่น้องก้อยไม่มีอะไรแบบนั้นเลย ตรงเวลา ทำสเต็ปเดิมสเต็ปนั้น เลยจับผิดไม่ได้จริงๆ

ที่หลายคนเป็นห่วงนิกกี้ว่าพอก้อยเปิดตัวแล้วจะไม่กล้าเล่นด้วยหรือเปล่า ผู้ชายคนนี้ไว้ใจเขาเถอะค่ะ อะไรก็ตามที่มันเป็นการแสดงเพื่อให้ทุกคนมีความสุข เขาทำค่ะ แต่ลึกๆ ในใจดูนัยน์ตาเขานะคะ (ยิ้ม) เขาฟ้องพี่ด้วยนะ เหมือนน้องก้อยน่าจะติดถ่ายโฆษณามั้ง แล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก้อยไม่มา นิกกี้เขาก็พูดในฉากเลยว่า “ครูเพ็ญศรีทำไมก้อยลาบ่อยจังเลย หรือว่าเขาจะย้ายโรงเรียน” คือถามแทนทุกคน เราก็เลยเล่นไปตามมุกว่า “พ่อกับแม่พาไปเที่ยวต่างประเทศ” แล้วนิกกี้มันก็ไม่หยุด “ประเทศไหนอีกล่ะ” เราเลยบอกว่ามึงก็โทรฯ ไปสิ (หัวเราะ) เรื่องที่ก้อยเปิดตัวแฟนไม่มีผลต่องาน ไม่มีผลต่อนิกกี้ อันนี้จากใจเลยว่านิกกี้ไม่ได้อะไรมากมาย เขายินดีด้วยมากๆ เราเองก็ถามนิกกี้ตลอดเวลาว่าเจ็บไหมเนี่ย แค้นไหม น้อยใจไหม เรายังไม่เปิด เขาเปิดก่อนแล้ว คือก็แซวเขาไป แต่เขาบอกว่ายินดีมาก ชื่นใจ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะช่วยคิด แต่ถ้าเป็นคนนี้ นิกกี้เชื่อว่าเขาดูแลก้อยได้ แต่นิกกี้เขาเริ่มเดทกับสาวแล้ว ลวส.อะเหรอ (ยิ้ม) คนนี้เราก็แซวเขาอยู่นะ เขาบอกว่าอายุก็ไล่เลี่ยกัน คุยกันลงตัว แต่ไม่รู้ว่าจะแค่ไหนในเอ็มวีหรือเปล่า หรือชีวิตจริงด้วย แต่เราก็บอกว่าอันไหนที่น้องมีความสุข พี่ก็พร้อมเสนอข่าว ใครมีความสุขเราซัพพอร์ตหมดค่ะ”