สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า การสอบสวนชุดนี้ริเริ่มโดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ซึ่งจะตรวจสอบความล้มเหลวในการดำเนินการ เกี่ยวกับแรงงานบังคับ และตรวจสอบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นภาระ หรือจำกัดการค้าของสหรัฐหรือไม่
การสอบสวนชุดนี้เกิดขึ้น 1 วัน หลังจากที่นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เริ่มการสอบสวนที่มุ่งเน้นไปที่กำลังการผลิตส่วนเกิน โดยมุ่งเป้าไปที่คู่ค้า 16 ประเทศ
ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดดังกล่าวน่าจะใช้เวลาหลายเดือน แต่ก็อาจเป็นเหตุผลในการเรียกเก็บภาษีใหม่ หลังความพ่ายแพ้ทางกฎหมายของทรัมป์ในเดือน ก.พ.
Ambassador Greer launched Section 301 investigations into acts, policies, and practices of 60 economies to determine whether foreign governments have taken sufficient steps to prohibit the importation of goods produced with forced labor.
— United States Trade Representative (@USTradeRep) March 13, 2026
Learn more: https://t.co/E8HBZYZcyV pic.twitter.com/Zzf8uQ2QBy
การสอบสวนซึ่งเริ่มวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) จะพิจารณานโยบายและแนวปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวในการกำหนด และบังคับใช้การห้ามนำเข้าสินค้า ซึ่งผลิตโดยใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเทศที่อยู่ภายใต้การสอบสวนประกอบด้วย 60 ประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ
เกรียร์กล่าวด้วยว่า เป็นเวลานานเกินไปแล้วที่แรงงานและบริษัทอเมริกัน ถูกบังคับให้แข่งขันกับผู้ผลิตต่างชาติ ซึ่งอาจได้เปรียบด้านต้นทุนอย่างไม่เป็นธรรม จากการใช้แรงงานบังคับ
ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การสอบสวน รวมถึง อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย เม็กซิโก และไทย.
เครดิตภาพ : AFP



