“เพราะไม่มีใครไม่ตาย…”

ใครบอกว่าเรื่องความตายต้องน่ากลัว? ปีนี้ Death Fest 2026 กลับมาในธีม “re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย” งานที่รวมเอาความรู้ ศิลปะ และนวัตกรรมในการออกแบบวาระสุดท้ายของชีวิตมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้เรา “อยู่ดี” และ “ตายดี” ไปพร้อมๆ กัน

ทำไมงานนี้ถึง “ต้องไป” (แม้จะยังแข็งแรงดี)?

ปีนี้เขาไม่ได้มาเล่นๆ แต่ตั้งเป้าคนเข้าร่วมถึง 50,000 คน! ด้วยกิจกรรมไฮไลต์ที่ท้าทายความเชื่อเดิมๆ เพียบ

TEST DIE & FUNERAL DESIGN: โชว์รูมที่ให้คุณได้ “ลองเทสต์โลงศพ” และออกแบบงานศพในฝันของตัวเอง จะแนวมินิมอลหรือจัดเต็มแค่ไหน คุณเลือกได้เองตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องทิ้งภาระไว้ให้คนข้างหลัง

Cancer City: นิทรรศการ Immersive ที่จะพาคุณไปสัมผัสอารมณ์ และประสบการณ์ของผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อให้เรา “เข้าใจ” และ “เตรียมตัว” รับมือหากวันนั้นมาถึงจริงๆ

รักไร้เงื่อนไขของเจ้าสี่ขา: วงสนทนาสุดซึ้งสำหรับเหล่านุษย์ที่ต้องเผชิญกับการจากไปของสัตว์เลี้ยง รวมถึงประเด็น No Pet Beauty Standard ที่จะทำให้คุณรักพวกเขามากกว่าเดิม

สมุดเบาใจ & E-Living Will: เครื่องมือช่วยวางแผนสุขภาพล่วงหน้า (Living Will) ที่ออกแบบมาเพื่อคนทุกวัย ตั้งแต่เด็ก 7 ขวบ ไปจนถึงวัยเก๋า 70 ปี

ฟังด้วยใจ (Samaritans): พื้นที่ปลอดภัยสำหรับใครที่มีเรื่องหนักใจ แค่เดินเข้าไปนั่งคุย ก็จะพบว่า “การถูกรับฟัง” มีพลังเยียวยาแค่ไหน หัวใจของงานปีนี้คือ ‘Relationship’ การตายดีไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว แต่คือเรื่องของคนรอบข้าง งานนี้จึงทำหน้าที่ “พูดเรื่องยากๆ แทนคุณ” เพื่อให้คุณได้หันไปสบตาคนข้างๆ แล้วบอกความตั้งใจในบั้นปลายชีวิตได้อย่างสบายใจที่สุด

LGBTQ+ & Rights: มีเวทีเสวนาเรื่อง “สิทธิในชีวิตและการจัดการความตาย” ของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทันสมัยและสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน

Check-up: แนะนำให้แวะบูทโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ไปงานเดียวได้ทั้ง “วางแผนตาย” และ “ดูแลกาย” ให้แข็งแรง

Death Fest 2026 : re-member ณ impact Exhibition hall 6 วันนี้ถึง 15 มีนาคม 2569